รับทำบัญชี.COM | ร้านเบเกอรี่ปังปิ้งอุปกรณ์ขายเตาถ่าน 10 บาท

แผนธุรกิจขนมปัง

การเริ่มต้นธุรกิจขนมจีบเป็นขั้นตอนที่ต้องระมัดระวังและครบถ้วน เพื่อให้ธุรกิจของคุณเริ่มดำเนินไปได้อย่างราบรื่น นี่คือขั้นตอนเบื้องต้นที่คุณควรพิจารณา

  1. วางแผนธุรกิจ
    • กำหนดวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ระบุเหตุผลที่คุณต้องการเริ่มธุรกิจขนมจีบและวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของคุณ.
    • ทำการศึกษาตลาด ศึกษาตลาดของคุณเพื่อเข้าใจความต้องการของลูกค้าและการแข่งขันในพื้นที่ของคุณ.
  2. วางแผนธุรกิจ
    • กำหนดวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ระบุเหตุผลที่คุณต้องการเริ่มธุรกิจขนมจีบและวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของคุณ.
    • ทำการศึกษาตลาด ศึกษาตลาดของคุณเพื่อเข้าใจความต้องการของลูกค้าและการแข่งขันในพื้นที่ของคุณ.
  3. วางแผนการเงิน
    • ประมาณการค่าใช้จ่ายและรายได้ ระบุค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นและรายได้ที่คุณคาดหวังในระยะเวลาแรก.
    • รายการเงินทุน ระบุว่าคุณจำเป็นต้องมีเงินทุนในการเริ่มต้นธุรกิจและวิเคราะห์ว่าคุณจะได้มาจากที่ไหน.
  4. ทำการธุรกิจ
    • หาพื้นที่ ค้นหาสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการจัดการธุรกิจขนมจีบของคุณ เช่น ร้านหน้าถนนหรือพื้นที่สำหรับการผลิต.
  5. รับบริษัทเปิดในสถานะนิติบุคคล (ถ้าจำเป็น) พิจารณาการจดทะเบียนบริษัทเป็นนิติบุคคลหากคุณต้องการปกป้องสิทธิและความรับผิดชอบส่วนตัว.
  6. สร้างสูตรอาหาร
    • สร้างสูตรอาหารขนมจีบที่คุณจะขาย ทดลองและปรับปรุงรสชาติและส่วนผสมตามความต้องการของลูกค้า.
  7. เตรียมสิ่งที่จำเป็น
    • จัดหาวัตถุดิบ ส่วนผสมสำหรับขนมจีบ เช่น แป้ง นำ้จิ้ม หรือเนื้อสัตว์.
    • อุปกรณ์และเครื่องมือ เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการทำขนมจีบ เช่น เครื่องปั้นแป้ง หรืออุปกรณ์ทำความสะอาด.
  8. สร้างและส่งเสริมแบรนด์
    • ออกแบบโลโก้และบรรจุภัณฑ์ สร้างแบรนด์ของคุณและออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดึงดูดลูกค้า.
    • การตลาดและโฆษณา สร้างแผนการตลาดเพื่อโปรโมทธุรกิจของคุณและสร้างความตื่นตาตื่นใจในลูกค้า.
  9. เริ่มดำเนินธุรกิจ
    • ทดสอบสูตร ทดสอบสูตรขนมจีบและแน่ใจว่ามันอร่อยและมีคุณภาพ.
    • ตั้งราคาและเริ่มขาย กำหนดราคาสำหรับขนมจีบของคุณและเริ่มขายให้แก่ลูกค้า.
  10. จัดการธุรกิจ
    • บริหารจัดการธุรกิจของคุณ ปรับปรุงกระบวนการผลิตและบริหารจัดการที่ดีขึ้นเมื่อธุรกิจของคุณเติบโต.
    • รับข้อเสนอแนะ ฟังข้อเสนอแนะจากลูกค้าและปรับปรุงสินค้าและบริการของคุณตามความต้องการ.
  11. ปฏิบัติตามกฎหมายและเสียภาษี ตรวจสอบกับหน่วยงานภาษีและตรวจสอบว่าคุณปฏิบัติตามกฎหมายและเสียภาษีตามกฎหมายท้องถิ่นและประเทศของคุณอย่างถูกต้อง.
  12. ปรับปรุงและขยายธุรกิจ
    • ดูว่ามีโอกาสในการขยายธุรกิจของคุณ โดยเพิ่มสาขาร้านหรือการขายออนไลน์ เพื่อเพิ่มรายได้และส่งเสริมการเจริญเติบโตของธุรกิจขนมจีบของคุณ.

ขั้นตอนเหล่านี้เป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้นในการเริ่มต้นธุรกิจขนมจีบ คุณอาจต้องปรับปรุงและปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความต้องการของคุณ เริ่มต้นธุรกิจเป็นความท้าทาย แต่อาจเป็นเรื่องที่น่าสนุกและมีรางวัลมากเมื่อคุณมีแผนการดีและมุ่งมั่นในความสำเร็จของคุณ.

ตารางรายรับรายจ่าย ตัวอย่างบัญชี ธุรกิจขนมปัง

นี่คือตัวอย่างรายรับและรายจ่ายของธุรกิจขนมปังในรูปแบบของตารางเปรียบเทียบ

รายการ รายรับ (บาท) รายจ่าย (บาท)
ยอดขายขนมปัง 100,000
ยอดขายเครื่องดื่ม 20,000
รายรับรวม 120,000
ค่าวัสดุเครื่องดื่ม 30,000
ค่าวัสดุขนมปัง 40,000
ค่าจ้างพนักงาน 25,000
ค่าเช่าร้าน 15,000
ค่าน้ำ/ไฟ 5,000
ค่าโฆษณาและการตลาด 10,000
รายจ่ายอื่น ๆ 5,000
รายจ่ายรวม 130,000

ในตารางนี้

  • รายรับรวมคือผลรวมของยอดขายขนมปังและยอดขายเครื่องดื่มที่ธุรกิจของคุณได้รับเข้ามาในรอบหนึ่ง.
  • รายจ่ายรวมคือผลรวมของค่าวัสดุเครื่องดื่ม, ค่าวัสดุขนมปัง, ค่าจ้างพนักงาน, ค่าเช่าร้าน, ค่าน้ำ/ไฟ, ค่าโฆษณาและการตลาด, รวมถึงรายจ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขนมปังของคุณ.

คุณสามารถปรับแต่งตารางนี้โดยเพิ่มหรือลดรายการรายรับและรายจ่ายตามความเหมาะสมของธุรกิจขนมปังของคุณและประเทศบัญชีของคุณในแต่ละรอบการทำงาน. แต่ให้แน่ใจว่าคุณได้รวบรวมข้อมูลรายรับและรายจ่ายอย่างถูกต้องเพื่อให้สามารถติดตามสภาพการเงินของธุรกิจขนมปังของคุณได้อย่างแม่นยำ.

อาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจขนมปัง

ธุรกิจขนมปังเป็นอาชีพที่มีความเกี่ยวข้องกับหลายด้านของธุรกิจและอาชีพอื่น ๆ ดังนี้

  1. การผลิตและเบเกอรี่ การผลิตขนมปังและผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ต่าง ๆ เป็นอาชีพหลักที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขนมปัง. นี่รวมถึงการทำขนมครัว, พาย, คุกกี้, และของหวานอื่น ๆ ด้วย.
  2. การจัดการร้านค้า เป็นอาชีพของผู้ประกอบการร้านขายขนมปังและเบเกอรี่ ซึ่งรวมถึงการจัดการร้าน, การเลือกซื้อวัตถุดิบ, การควบคุมสต็อก, และการตลาดสินค้า.
  3. อาชีพการบริการ การบริการลูกค้าที่ร้านขายขนมปังเช่นการบริการอาหารและเครื่องดื่ม, การแจ้งบริการลูกค้า, และการจัดเตรียมพื้นที่ร้าน.
  4. การเรียนรู้เกี่ยวกับอาหาร การศึกษาเกี่ยวกับการปรุงอาหาร, การบริหารร้านอาหาร, และทักษะการทำขนมปังเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพนี้.
  5. การพัฒนาสูตรอาหาร การวิจัยและพัฒนาสูตรอาหารใหม่สำหรับขนมปังและผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เพื่อตอบสนองตลาดและความพึงพอใจของลูกค้า.
  6. การควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของขนมปังและผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เพื่อให้มีคุณภาพดีและปลอดภัยสำหรับการบริโภค.
  7. การขนส่งและโลจิสติกส์ การจัดการกับกระบวนการขนส่งวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปจากสถานที่ผลิตไปยังร้านค้าหรือลูกค้า.
  8. การตลาดและการขาย การสร้างแผนการตลาด, การโฆษณา, การจัดโปรโมชั่น, และการขายสินค้าในร้านค้าและออนไลน์.
  9. การบริหารการเงิน การจัดการการเงินธุรกิจ, การวางแผนงบประมาณ, และการบัญชี.
  10. การศึกษาอาหารและสุขภาพ การให้คำแนะนำเกี่ยวกับอาหารและสุขภาพให้แก่ลูกค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ขนมปังที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ.

ธุรกิจขนมปังมีอิทธิพลต่อหลายด้านของเศรษฐกิจและชุมชนท้องถิ่น และมีหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนี้ที่สนับสนุนในการดำเนินกิจการขนมปังอย่างราบรื่น.

วิเคราะห์ SWOT ธุรกิจขนมปัง

การวิเคราะห์ SWOT (Strengths, Weaknesses, Opportunities, Threats) เป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่ช่วยในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและภาพรวมของธุรกิจขนมปังของคุณ ด้านความแข็งแกร่ง (Strengths) และความอ่อนแอ (Weaknesses) ของธุรกิจของคุณ รวมถึงโอกาส (Opportunities) และอุปสรรค (Threats) ที่อาจมีผลต่อธุรกิจของคุณ ต่อไปนี้คือการวิเคราะห์ SWOT สำหรับธุรกิจขนมปัง

ความแข็งแกร่ง (Strengths)

  1. คุณภาพสินค้า ถ้าคุณมีขนมปังและผลิตภัณฑ์เบเกอรี่คุณภาพสูงและอร่อยมาก, นี่เป็นความแข็งแกร่งที่สำคัญในการดึงดูดลูกค้าและสร้างความไว้วางใจ.
  2. บรรยากาศร้าน ร้านของคุณมีบรรยากาศที่น่าสนใจและสบาย ๆ สำหรับลูกค้าที่มาที่ร้านของคุณ.
  3. พนักงานมีความสามารถ คุณมีทีมงานที่มีความสามารถในการทำขนมปังและบริการลูกค้าอย่างดี.
  4. ตำแหน่งที่ดี ร้านของคุณตั้งอยู่ในที่ต่อไปนี้ที่มีการเดินทางสะดวกและมีความสะดวกสบายสำหรับลูกค้า.

ความอ่อนแอ (Weaknesses)

  1. ค่าใช้จ่ายสูง ค่าใช้จ่ายสำหรับวัตถุดิบและการดำเนินการร้านอาจสูงมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อกำไรของธุรกิจ.
  2. ความหลากหลายของสินค้า ถ้าคุณมีรายการสินค้าที่น้อยหรือไม่มีความหลากหลายในร้านของคุณ, อาจทำให้ลูกค้ารู้สึกจำนวนไม่พอ.
  3. ความเป็นอยู่ที่พัฒนา การดำเนินธุรกิจขนมปังในระหว่างช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนอาจเป็นอุปสรรค.

โอกาส (Opportunities)

  1. ตลาดขยาย มีโอกาสในการขยายธุรกิจขนมปังของคุณไปยังตลาดใหม่หรือเพิ่มสินค้าและบริการใหม่เพื่อดึงดูดลูกค้าเพิ่มเติม.
  2. สุขภาพและอาหารที่ดี ลูกค้าสนใจเรื่องสุขภาพและการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น คุณสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการนี้.
  3. การตลาดออนไลน์ การขายขนมปังและผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ออนไลน์เป็นโอกาสที่มีอยู่ในการเพิ่มยอดขายและเข้าถึงลูกค้าที่ห่างไกล.

อุปสรรค (Threats)

  1. การแข่งขัน การแข่งขันในอุตสาหกรรมขนมปังสามารถเป็นอุปสรรค เนื่องจากมีร้านขายขนมปังมากมายในตลาด.
  2. ความต้องการของวัตถุดิบ การเพิ่มราคาของวัตถุดิบหรือการขาดแคลนสามารถส่งผลต่อการผลิตขนมปังและความสามารถในการเสนอราคาที่เป็นกำไร.
  3. ปัญหาสุขภาพสาธารณะ สถานการณ์สุขภาพสาธารณะเช่นโรคระบาดสามารถส่งผลต่อการเดินทางและกิจการของร้านของคุณ.

การวิเคราะห์ SWOT ช่วยให้คุณสามารถตระหนักถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อธุรกิจของคุณและให้คุณสามารถวางแผนและดำเนินกิจการในทิศทางที่เหมาะสมเพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตและประสบความสำเร็จ.

คําศัพท์พื้นฐาน ธุรกิจขนมปัง ที่ควรรู้

  1. Bakery (เบเกอรี่) ร้านขายขนมปังและผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ต่าง ๆ.
  2. Dough (แป้ง) ส่วนผสมหลักในการทำขนมปัง, ที่ประกอบด้วยแป้ง, น้ำ, ยีสต์, และอื่น ๆ.
  3. Yeast (ยีสต์) สารที่ใช้ในกระบวนการความหมาย จากน้ำตาลและแป้งในขนมปังเพื่อทำให้เพิ่มขนาดและอ่อนนุ่ม.
  4. Oven (เตาอบ) เครื่องใช้ที่ใช้ในการอบขนมปังและเบเกอรี่.
  5. Pastry (เค้กอบ) ขนมปังหรือเบเกอรี่ที่ทำจากแป้งและไข่, มักใช้เป็นพื้นฐานในหลายชนิดของขนม.
  6. Gluten (กลูเตน) โปรตีนที่พบในแป้งสาหร่ายที่ช่วยให้ขนมปังเป็นนิ่มและเฉพาะหน้า.
  7. Fillings (ส่วนผสม) ส่วนเสริมที่ใส่ในขนมปังหรือเบเกอรี่ เช่น ครีม, ผลไม้, หรือน้ำผึ้ง.
  8. Crumbs (เศษ) ส่วนที่เหลือหลังจากที่ขนมปังหรือเบเกอรี่ถูกหั่น.
  9. Sourdough (ขนมปังจากปฏิปักษ์) ขนมปังที่ทำโดยใช้หัวเชื้อจากปฏิปักษ์ เพื่อให้ความรสเปรี้ยวและกลิ่นหอมพร้อมกับความนุ่ม.
  10. Icing (ไอซิ่ง) ชั้นน้ำตาลหรือครีมที่ใช้ทาหรือเติมบนขนมปังหรือเบเกอรี่.

คำศัพท์เหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของภาษาที่นำเสนอและใช้ในธุรกิจขนมปัง และเบเกอรี่ และจะช่วยให้คุณสื่อสารและเข้าใจงานและกระบวนการในธุรกิจนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

ธุรกิจ ขนมปัง ต้อง จดทะเบียนบริษัท หรือไม่

การจดทะเบียนธุรกิจขนมปังจะขึ้นอยู่กับกฎหมายและระเบียบของประเทศที่คุณกำลังดำเนินกิจการในนั้น ๆ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละที่ โดยรวมแล้วมีรายการการจดทะเบียนและใบอนุญาตที่เป็นที่นิยมในธุรกิจขนมปังได้แก่

  1. การจดทะเบียนธุรกิจ คุณจะต้องจดทะเบียนธุรกิจของคุณเพื่อกฏหมายและเสียภาษีในประเทศที่คุณกำลังดำเนินกิจการ.
  2. ใบอนุญาตการประกอบธุรกิจ มีบางพื้นที่ที่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตเฉพาะสำหรับการผลิตหรือขายอาหาร.
  3. การลงทะเบียนสภาพภายใน หากคุณมีการผลิตอาหารในสถานที่ตามกฎหมาย (เช่น ร้านขนมปัง), คุณจะต้องลงทะเบียนสภาพภายในของคุณเพื่อตรวจสอบความสะอาดและความปลอดภัยของสถานที่และกระบวนการผลิต.
  4. สิทธิบัตรการผลิต อาจมีความจำเป็นในการขอสิทธิบัตรการผลิตสำหรับสูตรขนมปังหรือผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่คุณใช้.
  5. การจดทะเบียนและสร้างแบรนด์ หากคุณต้องการคุ้มครองและตรายตัวของคุณและสินค้าของคุณ, คุณอาจต้องจดทะเบียนและสร้างแบรนด์ (trademark) ของคุณ.
  6. อนุญาตการขายอาหาร หากคุณมีร้านค้าที่ขายขนมปังและเบเกอรี่, คุณจะต้องมีใบอนุญาตการขายอาหารจากหน่วยงานท้องถิ่น.
  7. เสียภาษีอากร คุณจะต้องเสียภาษีอากรตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการขายอาหารและกิจการทางอาหาร.
  8. การประกันภัย คุณอาจต้องมีการประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและธุรกิจของคุณเพื่อความคุ้มครองในกรณีเหตุร้าย.
  9. สิทธิบัตรสถาปนา หากคุณมีสูตรขนมปังหรือผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่เป็นเครื่องหมายการค้าของคุณเอง, คุณอาจต้องขอสิทธิบัตรสถาปนา.
  10. การปฏิบัติตามมาตรฐานอาหารและสุขภาพ คุณจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยอาหารและสุขภาพ.

สามารถปรึกษากับหน่วยงานท้องถิ่นหรือจังหวัดเพื่อขอข้อมูลและความช่วยเหลือในการจดทะเบียนและอนุญาตต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขนมปังของคุณได้เช่นกัน ความต้องการที่จะจดทะเบียนและอนุญาตต่าง ๆ อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับพื้นที่และกฎหมายของประเทศนั้น ๆ ดังนั้นควรศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้ในพื้นที่ของคุณอย่างรอบคอบและคำปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ถ้าจำเป็นเพื่อให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จ.

บริษัท ธุรกิจขนมปัง เสียภาษีอย่างไร

ภาษีที่ธุรกิจขนมปังอาจต้องเสียอาจแตกต่างกันไปตามกฎหมายและระเบียบภาษีในแต่ละประเทศและพื้นที่ แต่รายได้และธุรกิจอาหารแบบทั่วไปที่คุณอาจต้องพิจารณาเสียภาษีประกอบก็รวมถึง

  1. ภาษีร้านค้า (Value Added Tax – VAT) ในหลายประเทศ, ร้านขายขนมปังและอาหารอื่น ๆ จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT เมื่อขายสินค้าหรือบริการแก่ลูกค้า. ภาษีนี้จะถูกเรียกเก็บจากลูกค้าและจะต้องส่งให้หน่วยงานภาษีในภายหลัง.
  2. ภาษีเงินได้นิติบุค (Corporate Income Tax) หากธุรกิจของคุณเป็นนิติบุค, คุณจะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคตามรายได้ที่ได้รับจากกิจการของคุณ ภาษีนี้จะต้องประมาณการและจ่ายตามกฎหมายท้องถิ่น.
  3. ภาษีเงินได้ส่วนบุคคล (Personal Income Tax) หากคุณเป็นผู้ประกอบการรายบุคคลและมีรายได้จากธุรกิจขนมปังของคุณ, คุณอาจต้องรายงานรายได้นี้และเสียภาษีเงินได้ส่วนบุคคลตามกฎหมายท้องถิ่น.
  4. ภาษีท้องถิ่น (Local Taxes) บางท้องที่อาจมีการเรียกเก็บภาษีท้องถิ่นสำหรับธุรกิจอาหาร หรือภาษีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจขนมปัง.
  5. ภาษีน้ำมันหรือพลังงาน (Fuel or Energy Taxes) หากคุณใช้พลังงานเพื่อให้กับเครื่องจักรหรือการขนส่งวัตถุดิบและสินค้า, คุณอาจต้องเสียภาษีน้ำมันหรือพลังงานตามกฎหมายท้องถิ่น.
  6. ส่วนลดหรือยกเว้นภาษี (Tax Deductions or Exemptions) บางท้องที่อาจมีส่วนลดหรือยกเว้นภาษีสำหรับธุรกิจอาหารในบางกรณี เช่น ส่วนลดสำหรับการบริจาคอาหารที่เหลือให้กับโครงการการกุศล.
  7. ภาษีมูลค่าที่เพิ่มเติม (Additional Sales Tax) บางท้องที่อาจมีภาษีมูลค่าที่เพิ่มเติมหรืออัตราภาษีที่สูงขึ้นสำหรับอาหารหรือเครื่องดื่มที่ไม่เป็นสุขภาพ.
  8. ภาษีสถาปนา (Property Tax) หากคุณครอบครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในธุรกิจขนมปัง, คุณอาจต้องเสียภาษีสถาปนาตามมูลค่าที่ประเมิน.
  9. ภาษีภูมิศาสตร์ (Geographic Tax) ภาษีที่มีความแตกต่างขึ้นอยู่กับพื้นที่ของธุรกิจของคุณ.
  10. การรายงานภาษีและการรับรอง คุณจะต้องทำการรายงานรายได้และเสียภาษีตามกฎหมายท้องถิ่นและรับรองความถูกต้องของรายงานภาษี.

โปรดทราบว่าข้อกำหนดและอัตราภาษีอาจแตกต่างกันไปตามพื้นที่และกฎหมายที่ใช้ในประเทศหรือรัฐของคุณ ควรปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญภาษีและหน่วยงานภาษีของรัฐที่คุณต้องการทำธุรกิจเพื่อรับคำแนะนำและความช่วยเหลือในการเสียภาษีอย่างถูกต้องและปฏิบัติตามกฎหมาย.

Click to rate this post!
[Total: 31 Average: 5]

Accounting in English (รับทำบัญชี ภาษาอังกฤษ)

We provide accounting services by preparing financial statements in English version. Our specialist team will collect your business's financial information in a strict, and simple manner.

We will issue useful financial statements, accurate, and efficient. You can make business decisions with confidence, and spend less time managing accounting work which is safe and reliable.

Whether you are a small or large business. Our services will be fully responsive to your needs and goals. We will support you in developing and growing your business.

Contact : 084-343-8968 ( Chaniyada )