4 ข้อสมมติฐานทางการบัญชี แม่บทการบัญชี

[Total: 546 Average: 5]

ข้อสมมติฐานทางการบัญชี

กติกาขั้นพื้นฐานในการพัฒนาหลักการบัญชี?

ข้อสมมติฐานทางการบัญชี คือ สิ่งที่นักบัญชีกำหนดขึ้น เป็นเสมือนกติกาขั้นพื้นฐานในการพัฒนาหลักการบัญชี การทำความเข้าใจในข้อสมมติฐานต่างๆ จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการตอบคำถามค่ะว่า “ทำไมนักบัญชีจึงมีแนวทางปฏิบัติทางบัญชีในแต่ละเรื่องดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน” ตัวอย่างของข้อสมมติฐานทางบัญชี เช่น
– หลักราคาต้นทุน
– หลักความระมัดระวัง
– หลักการจับคู่รายได้ และค่าใช้จ่าย
– หลักเกณฑ์เงินค้าง
 
ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาในวิธีปฎิบัติทางบัญขี จึงควรคำนึงถึงหลักเกณฑ์ต่างๆ
ดังกล่าวข้างต้นประกอบการพิจารณาก่อนกำหนดแนวทางการตัดสินใจต่อไป สิ่งที่ขัดแย้งกับข้อสมมติฐานดังกล่าวย่อมไม่ใช้วิธีปฎิบัติที่ถูกต้องตามหลักการบัญชี การทำความเข้าใจในข้อสมมติฐานทางบัญชีจึงเป็นเรื่องสำคัญต่อผู้มีหน้าที่ในการจัดทำบัญชี และผู้ใช้ข้อมูลทางบัญชีเพื่อการบริหารธุรกิจและการตัดสินใจ แม้หลักการบัญชีเช่น การคิดค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวรจะมีวิธีการปฎิบัติซึ่งเป็นที่ยอมรับมากกว่าหนึ่งวิธี แต่เหตุผลเบื้องหลังแนวความคิดดังกล่าวย่อมพัฒนามาจากข้อสมมติฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักการจับคู่รายได้กับค่าใช้จ่าย เป็นต้น

การปรับปรุงพร้อมกับมาตรฐาน ?

เป็นประเด็นที่นักบัญชีหลายคนอาจมองข้ามไป โดยเน้นพุ่งประเด็น ด้วยการไปมองที่มาตรฐานการบัญชี และการรายงานทางการเงินเป็นหลัก ซึ่งหัวใจสำคัญของการจัดทำบัญชีที่นักบัญชีควรศึกษาก็คือ แม่บทการบัญชี ซึ่งถือได้ว่าการที่นักบัญชีเข้าใจถึงแม่บทการบัญชี ก็คือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการศึกษามาตรฐานการบัญชี และยังเป็นจุดเชื่อมโยงเรื่องราวของมาตรฐานการบัญชี เพื่อที่จะทำให้เกิดความเข้าใจ และปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง

ข้อสมมติฐานทางการบัญชี แม่บทการบัญชี ได้มีการปรับปรุงพร้อมกับมาตรฐานการบัญชี และมาตรฐานรายงานทางการเงิน จากที่ผ่านมาได้มีการปรับเปลี่ยน เพื่อให้การรายงานทางการเงินเกิดมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น โดยข้อสมมติฐานที่ได้พูดถึงในแม่บทการบัญชีนั้น ประกอบไปด้วย เกณฑ์คงค้าง ซึ่งตามแม่บทการบัญชี คือ รายการ และเหตุการณ์ทางบัญชีที่จะรับรู้ได้ เมื่อเกิดเหตุ การณ์ที่มิใช่เมื่อมีการรับหรือจ่ายเงินสด หรือเป็นรายการเทียบเท่าเงินสด ซึ่งรายการทางบัญชีนั้น จะถูกบันทึกบัญชีไว้ตามงวดบัญชีที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งอาจมีการสอดคล้องกับงบการเงินที่จะต้องจัดทำตามหลักเกณฑ์คงค้าง เมื่อนักบัญชีหลงลืมแม่บทการบัญชี นักบัญชีที่หลงลืมแม่บทการบัญชี อาจจะทำให้มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเกณฑ์คงค้าง และยังรวมถึงเกณฑ์สิทธิ โดยคิดว่ามันคือหลักเกณฑ์เดียวกัน เพราะอาจจะเห็นว่าภาษาอังกฤษที่ใช้ว่า Accrual Basis เหมือนกัน แต่ความจริงแล้วมันคนละตัว ซึ่งเกณฑ์คงค้าง เป็นหลักเกณฑ์รับรู้ทางบัญชีในการคำนวณเรื่องกำไรขาดทุนทางบัญชี ด้วยการคิดคำนวณตามวิธีการรับรู้รายได้ และค่าใช้จ่ายที่เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้อง แต่การเกณฑ์สิทธิ เป็นเกณฑ์การรับรู้ทางภาษี ซึ่งสำหรับการคำนวณกำไรเพื่อเสียภาษีเงินได้หรือนิติบุคคล ส่วนใหญ่จะคิดคำนวณตามหลักเกณฑ์การยอมรับเป็นรายได้หรือรายจ่ายที่เกิดขึ้นตามประมวลรัษฎากร การดำเนินงานต่อเนื่อง การดำเนินงานต่อเนื่องหรือ Going Concern ซึ่งข้อสมมติฐานการบัญชีนี้เป็นหลักการทั่วไปที่สามารถเห็น หรือบอกได้ว่ารายการที่แสดงในงบการเงิน ได้ถูกจัดทำขึ้นตามข้อสมมติฐานที่ว่ากิจการนั้นจะดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และดำรงอยู่ต่อไปในอนาคต

แต่ในกรณีที่กิจการมีเจตนาหรือความจำเป็นที่จะใช้หลักเกณฑ์อื่นแทนนั้น ก็สามารถทำได้ แต่จะต้องเปิดเผยหลักเกณฑ์นั้นในงบการเงินด้วย สิ่งสำคัญที่นักบัญชีควรต้องทำความเข้าใจ หลักการรับรู้รายการตามที่แม่บทการบัญชีกำหนด ซึ่งการรับรู้รายการของสินทรัพย์ ควรรับรู้ในงบแสดงฐานะการเงิน

โดยจะต้องมีเงื่อนไขว่า มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ ที่กิจการจะได้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต และมีราคาทุน หรือมีมูลค่าที่สามารถวัดได้อย่างน่าเชื่อถือ ส่วนการรับรู้รายการของหนี้สิน คือ ควรรับรู้ในงบแสดงฐานะการเงิน โดจะต้องมีเงื่อน ไขว่า มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่กิจการจะสูญเสียประโยชน์เชิงเศรษฐกิจของทรัพยากร เพื่อเป็นการชำระภาระผูกพันในปัจจุบัน และจะต้องสามารถวัดได้อย่างน่าเชื่อถือ นอกจากนี้จะต้องรับรู้รายได้และการรับรู้ค่าใช้จ่าย เพื่อให้รับรู้ในงบกำไรขาดทุน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หรือลดลงของหนี้สินรวมถึงการรับรู้ในงบกำไรขาดทุนอีกด้วย

แก้ไขครั้งสุดท้าย พฤศจิกายน 15, 2022

Leave a Comment

Scroll to Top