ฐานภาษี

รับทำบัญชี.COM | ฐานภาษีจำนวนเงินที่ใช้ในการคำนวณเพื่อเสียภาษีมีดังนี้?

Click to rate this post!
[Total: 195 Average: 5]

ฐานภาษี

ฐานภาษีคืออะไร

ฐานภาษี คือ (TAX BASE) สิ่งที่เป็นเงื่อนไขหรือมูลเหตุขั้นต้นที่ทำให้เกิดบุคคลที่จะต้องเสียภาษี หรือ สิ่งที่จะใช้เป็นฐานในการประเมินภาษีอากร ฐานภาษีกำหนดขึ้นเพื่อใช้คำนวณภาษีเงินได้

ทั้งนี้ กิจการต้องเปรียบเทียบฐานภาษีกับราคาตามบัญชีของสินทรัพย์หรือหนี้สิน เมื่อเกิดผลแตกต่างขึ้นจะส่งผลให้ภาษีเงินได้ที่คำนวณตามหลักการบัญชีมีความแตกต่างจากที่คำนวณตามเกณฑ์ภาษีอากร ซึ่งกิจการจะต้องบันทึกบัญชีที่เกี่ยวข้องต่อไป

โดยปกติแล้วจะเป็นเงินหรือทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีตามอัตราภาษีที่กำหนดโดยกฎหมาย ฐานภาษีขึ้นอยู่กับประเภทของภาษีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาษีนั้นๆ ยกตัวอย่าง เช่น ฐานภาษีเงินได้คือรายได้ที่ต้องเสียภาษี ฐานภาษีอสังหาริมทรัพย์คือมูลค่าของทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษี ฯลฯ

การกำหนดฐานภาษีมีความสำคัญอย่างมากในการคำนวณภาษี หากฐานภาษีถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมาย จะช่วยลดความผิดพลาดในการคำนวณภาษีลงได้ และส่งผลให้การเสียภาษีของบุคคลหรือองค์กรเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับเงินได้หรือทรัพย์สินที่มีอยู่จริง ทั้งนี้ เราควรศึกษากฎหมายและระเบียบของภาษีที่เกี่ยวข้องกับฐานภาษีที่ตนเองต้องเสีย เพื่อป้องกันการละเมิดกฎหมายและการชำระภาษีที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจเป็นการกระทบต่อความเสียหายทางการเงินและการดำเนินธุรกิจของเราได้

ฐานภาษีคือ

ฐานภาษี คือ

ฐานภาษี คืออะไร มีอะไรบ้าง

ฐานภาษี หมายถึง รายการหรือกลุ่มของรายการที่ใช้เป็นประกอบสำหรับคำนวณภาษีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งฐานภาษีแต่ละประเภทจะแตกต่างกันไปตามประเภทของภาษี ดังนี้

  1. ฐานภาษีเงินได้ รายได้ที่ต้องเสียภาษี ฐานภาษีเงินได้จะประกอบไปด้วยเงินเดือน ค่าจ้าง ธุรกิจส่วนบุคคล ผลประกอบการ ดอกเบี้ย ฯลฯ
  2. ฐานภาษีอสังหาริมทรัพย์ มูลค่าของทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษี อาทิ บ้าน ที่ดิน อาคาร รถยนต์ และทรัพย์สินอื่นๆ
  3. ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มูลค่าของสินค้าและบริการที่ขายหรือให้บริการ ซึ่งฐานภาษี VAT จะเป็นราคาขายสุทธิหรือมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากการผลิตหรือให้บริการ
  4. ฐานภาษีธุรกิจเฉพาะ รายได้หรือกำไรของธุรกิจที่ต้องเสียภาษี โดยธุรกิจเฉพาะนี้จะมีการกำหนดฐานภาษีโดยเฉพาะ และมักจะเป็นรายได้หรือกำไรที่มีปริมาณมาก
  5. ฐานภาษีภาษีเงินต้น (Interest) รายได้จากการให้ยืมเงิน ฐานภาษีจะเป็นจำนวนดอกเบี้ยที่ได้รับ
  6. ฐานภาษีภาษีซื้อ-ขายหุ้น จำนวนเงินที่ได้รับหรือจ่ายในการซื้อหรือขายหุ้นในตลาดหุ้น
  7. ฐานภาษีสิ่งแวดล้อม ผลตอบแทนทางการเงินที่ได้รับจากการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันสิ่งแวดล้อม
  8. ฐานภาษีอื่นๆ ยังมีฐานภาษีอื่นๆ อีกมากมายเช่น ภาษีสถานี ภาษีหวังผล ภาษีศุลกากร ภาษีค่าเสื่อมราคา ฯลฯ

การกำหนดฐานภาษี มีความสำคัญอย่างมากในการคำนวณภาษี โดยฐานภาษีที่ถูกต้องจะช่วยให้การเสียภาษีของบุคคลหรือองค์กรเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับเงินได้หรือทรัพย์สินที่มีอยู่จริง ทั้งนี้ การตรวจสอบกฎหมายและระเบียบของภาษีที่เกี่ยวข้องกับฐานภาษีที่ตนเองต้องเสียมีความสำคัญอย่างมากในการป้องกันการละเมิดกฎหมายและการชำระภาษีที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายทางการเงินและการดำเนินธุรกิจได้

ฐานภาษีบุคคลธรรมดา

ฐานภาษีบุคคลธรรมดาหมายถึงรายได้ของบุคคลธรรมดาที่ต้องเสียภาษี โดยฐานภาษีที่เป็นหลักในการคำนวณภาษีบุคคลธรรมดาประกอบด้วยรายได้จากต่างๆ ดังนี้

  1. รายได้จากเงินเดือน เป็นรายได้ที่ได้รับจากการทำงานในตำแหน่งงานหรืออาชีพที่เป็นผู้ว่าจ้าง รวมถึงรายได้จากการทำงานพิเศษหรือล่วงเวลา
  2. รายได้จากธุรกิจส่วนบุคคล เป็นรายได้ที่ได้รับจากการทำธุรกิจส่วนบุคคลเช่น บริการหรือการผลิตสินค้า
  3. รายได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระ เป็นรายได้ที่ได้รับจากการทำงานด้วยตนเองเช่น ช่างฝีมือ หรืออาจารย์พิเศษ
  4. รายได้จากการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เป็นรายได้ที่ได้รับจากการให้เช่าบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆ
  5. รายได้จากการลงทุน เป็นรายได้ที่ได้รับจากการลงทุนในหลักทรัพย์ เช่น การซื้อขายหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์
  6. รายได้จากการขายทรัพย์สิน เป็นรายได้ที่ได้รับจากการขายทรัพย์สิน เช่น รถยนต์ จักรยานยนต์ หรือของสะสม

ในการคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา ฐานภาษีจะต้องการกำหนดโดยคำนวณรายได้รวมทั้งหมดที่ได้รับตลอดปี และหักค่าใช้จ่ายที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ หรือค่าใช้จ่ายในการลงทุน เป็นต้น

โดยปกติแล้ว ฐานภาษีบุคคลธรรมดาจะมีอัตราภาษีที่ต่างกันตามช่วงรายได้ ซึ่งจะมีการกำหนดระดับภาษีเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนค่าภาษีให้เหมาะสมกับรายได้ของบุคคลแต่ละราย ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2021 อัตราภาษีบุคคลธรรมดาประกอบด้วย 0% สำหรับรายได้ต่ำกว่า 150,000 บาท 5% สำหรับรายได้ระหว่าง 150,001-300,000 บาท 10% สำหรับรายได้ระหว่าง 300,001-500,000 บาท 15% สำหรับรายได้ระหว่าง 500,001-750,000 บาท 20% สำหรับรายได้ระหว่าง 750,001-1,000,000 บาท 25% สำหรับรายได้ระหว่าง 1,000,001-2,000,000 บาท 30% สำหรับรายได้ระหว่าง 2,000,001-5,000,000 บาท 35% สำหรับรายได้เกิน 5,000,000 บาท

ในการส่งเสริมการชำระภาษีอย่างถูกต้อง ภาครัฐจะให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้แก่ผู้ชำระภาษี เช่น การลดหย่อนภาษีตามรายได้ การลดหย่อนภาษีตามค่าใช้จ่ายในการลงทุน หรือการเป็นผู้มีส่วนร่วมในการสร้างสังคม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการให้สิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น ลดหย่อนภาษีส่วนลดภาษีสามารถใช้กับภาษีทั้งหมดได้ ลดหย่อนภาษีตามค่าใช้จ่ายในการลงทุนเชิงสังคม ลดหย่อนภาษีส่วนลดภาษีสามารถใช้กับภาษีทั้งหมดได้ ลดหย่อนภาษีตามเงินบริจาค เป็นต้น

การชำระภาษีอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการประกอบกิจการ และในการมีชีวิตอย่างมั่นคง โดยการชำระภาษีอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกดำเนินคดีศาลและเสียค่าใช้จ่ายในการปรับโทษ นอกจากนี้ การชำระภาษีอย่างถูกต้องยังส่งเสริมการพัฒนาชุมชนและสังคมโดยรวมด้วยการสนับสนุนงบประมาณของภาครัฐในการพัฒนาโครงการที่สร้างผลประโยชน์ต่อสังคมในระดับภูมิภาค และช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศโดยเพิ่มฐานการใช้จ่ายในตลาดในประเทศ

ฐานภาษี เงินเดือน

ฐานภาษีเงินเดือนหมายถึงรายได้ที่ได้รับจากการทำงานในตำแหน่งงานหรืออาชีพที่เป็นผู้ว่าจ้าง โดยปกติแล้ว ฐานภาษีเงินเดือนจะถูกกำหนดโดยการคำนวณจากเงินเดือนสุทธิที่ได้รับต่อเดือนหรือต่อปี รวมถึงรายได้อื่นๆ เช่น โบนัส เงินชั่วโมงล่วงเวลา ค่าตอบแทนการทำงานพิเศษ หรือค่าจ้างอื่นๆ ที่ได้รับจากการทำงาน

ในการกำหนดฐานภาษีเงินเดือน อาจจะมีการหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวเช่น ค่าลดหย่อนที่ได้รับตามกฎหมาย เช่น ค่าครอบครัว ค่าอุปการะคนพิการ ค่าภาษีอสังหาริมทรัพย์ หรือค่าประกันสุขภาพ เป็นต้น ซึ่งการหักค่าลดหย่อนนี้จะช่วยลดฐานภาษีและเป็นการส่งเสริมให้ผู้เสียภาษีมีเงินสดที่เหลือมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดอัตราภาษีเงินเดือนโดยปกติแล้ว อัตราภาษีจะถูกกำหนดโดยพิจารณาจากรายได้รวมทั้งหมดที่ได้รับต่อปี โดยอัตราภาษีจะสามารถแตกต่างกันได้ตามประเภทของผู้เสียภาษี และรายได้รวมทั้งหมดที่ได้รับ โดยในปี 2021 อัตราภาษีเงินเดือนเริ่มต้นจาก 0% สำหรับรายได้ต่ำกว่า 150,000 บาท 5% สำหรับรายได้ระหว่าง 150,001-300,000 บาท 10% สำหรับรายได้ระหว่าง 300,001-500,000 บาท 15% สำหรับรายได้ระหว่าง 500,001-750,000 บาท 20% สำหรับรายได้ระหว่าง 750,001-1,000,000 บาท 25% สำหรับรายได้ระหว่าง 1,000,001-2,000,000 บาท 30% สำหรับรายได้ระหว่าง 2,000,001-5,000,000 บาท 35% สำหรับรายได้เกิน 5,000,000 บาท

เมื่อตัดสินใจจะส่งเสริมการชำระภาษีเงินเดือนอย่างถูกต้อง ภาครัฐมีการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ แก่ผู้ชำระภาษี เช่น ลดหย่อนภาษีตามรายได้ ลดหย่อนภาษีตามค่าใช้จ่ายในการลงทุน หรือลดหย่อนภาษีส่วนลดภาษีที่สามารถใช้กับภาษีทั้งหมดได้ นอกจากนี้ ยังมีการให้สิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น ลดหย่อนภาษีตามค่าใช้จ่ายในการลงทุนเชิงสังคม ลดหย่อนภาษีส่วนลดภาษีที่สามารถใช้กับภาษีทั้งหมดได้ ลดหย่อนภาษีตามเงินบริจาค เป็นต้น

การชำระภาษีเงินเดือนอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการประกอบกิจการ และในการมีชีวิตอย่างมั่นคง โดยการชำระภาษีอย่างถูกต้องจะพึงระมัดระวังในการคำนวณฐานภาษีเงินเดือนอย่างมาก เนื่องจากการคำนวณผิดพลาดอาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเราเอง ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับกฎหมายภาษีและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด หากไม่มั่นใจในการคำนวณฐานภาษีเงินเดือน สามารถขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญทางภาษีได้ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

การชำระภาษีเงินเดือนอย่างถูกต้องจะช่วยให้เรามีสิทธิ์ประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี และใช้สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่มีให้กับผู้ชำระภาษี อย่างเช่น การลดหย่อนภาษีตามรายได้ ลดหย่อนภาษีตามค่าใช้จ่ายในการลงทุน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการให้สิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น ลดหย่อนภาษีตามค่าใช้จ่ายในการลงทุนเชิงสังคม ลดหย่อนภาษีส่วนลดภาษีที่สามารถใช้กับภาษีทั้งหมดได้ ลดหย่อนภาษีตามเงินบริจาค เป็นต้น

ฐานภาษีที่สำคัญ

  1. เงินได้ คือ (Income) เป็นฐานภาษีที่เรียกเก็บจากบุคคลที่รายได้ ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าจะต้องเสียภาษี
  2. ทรัพย์สิน คือ (Property) เป็นฐานภาษีที่เรียกเก็บจากบุคคลที่มีทรัพย์สินอันอยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เสียภาษี ซึ่งได้แก่ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีรถยนต์ ภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์  ภาษีกองมรดก
  3. สินค้าและบริการ คือ (Goods and Servies) เป็นฐานภาษีที่เรียกเก็บจากบุหรี่ สุรา การสั่งสินค้าเข้า การแสดงมหรสพ หรือที่เรียกว่า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ภาษีศุลกากร  อากรมหรสพ
  4. สิทธิพิเศษในการประกอบการ คือ (Licences) เป็นฐานภาษีที่เรียกเก็บจากค่าธรรมเนียมในการอนุญาตให้ประกอบกิจการ  ไม่ว่าจะมีลักษณะผูกขาดหรือไม่

ฐานภาษีแบ่งได้ 3 ประเภท

  1. ฐานภาษีที่จัดเก็บจากรายได้ เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้ของบุลคลธรรมดา
  2. ฐานภาษีจัดเก็บจากฐานบริโภค เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ภาษีศุลกากร
  3. ฐานภาษีเก็บจากฐานทรัพย์สิน เช่น ภาษีรถยนต์ ภาษีโรงเรือง และที่ดิน
ฐานภาษี

ฐานภาษี

ฐานภาษีที่จัดเก็บจากรายได้

ฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ เงินได้ที่ผู้เสียภาษีต้องนำมาคำนวณภาษีเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่นำมาใช้คำนวณด้วยอัตราภาษีก้าวหน้าจะใช้เงินได้สุทธิเป็นฐานภาษี ซึ่งมาจากเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อนภาษีโดยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ต้องจ่ายจะคำนวณมาจากการคูณฐานภาษี (เงินได้สุทธิ) กับอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่กำหนด ซึ่งวิธีนี้จะเรียกว่าการคำนวณภาษีวิธีเงินได้สุทธิ

ฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ฐานภาษีเงินได้นิติบุคคล คือ คำนวณจากเงินได้ที่ใช้เป็นหลักฐานในการคำนวณภาษีคูณด้วยอัตราภาษีที่กำหนด ดังนั้น เงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือฐานภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้น โดยทั่วไปได้แก่กำไรสุทธิที่คำนวณตาม เงื่อนไขที่กำหนด แต่เพื่อความเป็นธรรมและอุดช่องว่างในการจัดเก็บภาษีเงินได้ จึงได้มี การบัญญัติจัดเก็บภาษีเงินได้ นิติบุคคล จากเงินได้หรือฐานภาษี ที่แตกต่างกัน ดังนี้

  1. กำไรสุทธิ
  2. ยอดรายได้ก่อนหักรายจ่าย
  3. เงินได้ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย
  4. การจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย

ฐานภาษีจัดเก็บจากฐานบริโภค

  1. ฐานภาษีกรณีทั่วไป
  2. ฐานภาษีส่งออก / ฐานภาษีนำเข้า
  3. ฐานภาษีกรณีพิเศษ
ฐานภาษีจัดเก็บจากฐานบริโภค

ฐานภาษีจัดเก็บจากฐานบริโภค

ฐานภาษีกรณีทั่วไป (จากมาตรา 79)

ฐานภาษีกรณีทั่วไป คือ มูลค่าทั้งหมดที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้า หรือให้บริการ รวมไปถึงภาษีสรรพสามิต แต่ไม่รวมถึง

  1. ส่วนลด หรือค่าลดหย่อน ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ลดให้ในขณะขายสินค้า หรือให้บริการและได้หักส่วนลดหรือค่าลดหย่อนดังกล่าวออกจากราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการ โดยได้แสดงให้เห็นไว้ชัดแจ้งว่าได้มีการหักส่วนลดหรือค่าลดหย่อนไว้ในใบกำกับภาษีในแต่ละครั้งที่ออกแล้ว ทั้งนี้ เว้นแต่ส่วนลดหรือค่าลดหย่อนในการขายสินค้า หรือให้บริการของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่างย่อตามมาตรา 86/6 หรือมาตรา 86/7 ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะไม่แสดงส่วนลดหรือค่าลดหย่อนดังกล่าว ให้เห็นชัดแจ้งไว้ในใบกำกับภาษีอย่างย่อก็ได้
  2. ค่าชดเชย หรือเงินอุดหนุนตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
  3. ภาษีขาย
  4. ค่าตอบแทน ที่มีลักษณะ และเงื่อนไขตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
ฐานภาษีนำเข้า

ฐานภาษีนำเข้า

ฐานภาษีการส่งออก และ นำเข้า (จากมาตรา 79/1)

การส่งออกสินค้า ฐานภาษีสำหรับการส่งออก ให้ใช้ราคา F.O.B รวมกับ ภาษีสรรพสามิต รวมกับ ภาษีอื่น ๆ และรวม ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ แต่ไม่รวมอากรขาออก เงินมัดจำ ไม่ใช่ฐานภาษีสำหรับการส่งออก ไม่เสีย Vat แต่ฐานภาษีสำหรับการส่งออกคือ ราคา F.O.B

(จากมาตรา 79/2) การนำเข้าสินค้า ฐานภาษีสำหรับการนำเข้า ให้ใช้ราคา C.I.F.  รวมกับ ภาษีสรรพสามิต รวมกับ อากรขาเข้า 

  • ราคา O.B. คือ ราคา ณ ด่านศุลกากร ไม่รวมกับค่าขนส่ง และค่าประกันภัย
  • ราคา I.F. คือ ราคารวมประกันภัย กับค่าระวางหรือค่าขนส่ง ราคา C.I.F. อาจถือตามราคาที่กรมศุลกากรกำหนด

ฐานภาษีกรณีพิเศษ

  1. (จากมาตรา 79/3) การขายสินค้าหรือให้บริการ ที่ไม่มีค่าตอบแทน หรือ มีค่าตอบแทนต่ำกว่าราคาตลาด โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร มูลค่าของฐานภาษีที่จะนำมาคำนวณ ให้ยึดตามราคาตลาดทั่วไป
  2. การนำสินค้าไปใช้เอง โดยไม่ใช่เพื่อการประกอบกิจการ มูลค่าของฐานภาษีคือตามราคาตลาด
  3. สินค้าขาดจาก Stock มูลค่าของฐานภาษี คือ ราคาตลาด ณ วันที่ตรวจพบสินค้า ถือว่าเป็นวันที่ความรับผิดเกิดขึ้น
  4. การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีในอัตรา 0 ต่อมาได้กลายเป็นอัตรา 7 ฐานภาษีคือ ราคาตลาดของสินค้านั้นตามสภาพหรือปริมาณ ในวันที่ความรับผิด
  5. สินค้าคงเหลือหรือทรัพย์สินคงเหลือ ณ วันเลิกประกอบกิจการ ให้ถือเป็นการขายโดยคิดตามราคาตลาด ณ วันเลิกประกอบกิจการ เป็นฐานภาษี

ฐานภาษีเก็บจากฐานทรัพย์สิน

ฐานภาษีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ฐานภาษีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ฐานภาษีของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือ มูลค่าทั้งหมดของที่ดินรวมกับสิ่งปลูกสร้าง วิธีการคำนวณภาระภาษีในแต่ละกรณี

กรณีที่ดินที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ภาระภาษี = มูลค่าที่ดิน x อัตราภาษี ทั้งนี้กำหนดให้ มูลค่าที่ดิน = ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน (ต่อ ตร.ว.) x ขนาดพื้นที่ดิน

ฐานภาษี และอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะกำหนดไว้อย่างไร ?
กิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จะต้องเสียภาษีโดยคำนวณจากฐานภาษี ซึ่งได้แก่ รายรับตามฐานภาษี ของแต่ละประเภทกิจการ คูณด้วยอัตราภาษีที่กำหนดไว้ และจะต้องเสียภาษีท้องถิ่นอีก ร้อยละ 10 ของจำนวนภาษี ธุรกิจเฉพาะดังกล่าว กิจการ

ฐานภาษีตัวอย่าง

ฐานภาษีตัวอย่าง

ฐานภาษี คือ

ฐานภาษี คือ (TAX BASE)  สิ่งที่เป็นเงื่อนไขหรือมูลเหตุขั้นต้นที่ทำให้เกิดบุคคลที่จะต้องเสียภาษี หรือ สิ่งที่จะใช้เป็นฐานในการประเมินภาษีอากร

ฐานภาษี ที่สำคัญ คือ

  1. เงินได้
  2. ทรัพย์สิน
  3. สินค้าและบริการ
  4. สิทธิพิเศษในการประกอบการ

เพิ่มเติม ทั้งนี้ฐาน ภาษี ที่รับกำหนดให้ ยังต้องนำไปคำนวณกับ อัตราภาษีที่กำหนด เพิ่มเติมอีกด้วย

กฎหมายที่เกี่ยวข้องฐาน ภาษีมูลค่าเพิ่ม