จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้หรือไม่

จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้หรือไม่
[Total: 103 Average: 5]

จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้หรือไม่

จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้หรือไม่ ?

บทกำหนดโทษ
1 ประกอบพาณิชยกิจโดยไม่จดทะเบียน แสดงรายการเท็จ ไม่ยอมให้ถ้อยคำ ไม่ยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้า ไปตรวจสอบในสำนักงาน มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท กรณีไม่จดทะเบียนอันเป็นความผิด ต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 100 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ
2 ถ้าใบทะเบียนพาณิชย์สูญหายไม่ยื่นคำร้องขอใบรับแทน หรือไม่แสดงใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ที่สำนักงาน ที่เห็นได้ง่าย ไม่จัดทำป้ายชื่อ มีความผิดปรับไม่เกิน 200 บาท และถ้าเป็นความผิดต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 20 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
3 ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งกระทำการฉ้อโกงประชาชน ปนสินค้าโดยเจตนาทุจริต ปลอมสินค้า หรือกระทำการทุจริตอื่นใดอย่างร้ายแรงในการประกอบกิจการจะถูกถอนใบทะเบียนพาณิชย์ เมื่อถูกสั่งถอนใบทะเบียน พาณิชย์แล้วจะประกอบกิจการต่อไปไม่ได้ เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะสั่งให้รับจดทะเบียนพาณิชย์ใหม่
4 ผู้ประกอบพาณิชยกิจที่ถูกสั่งถอนใบทะเบียนพาณิชย์แล้ว ยังฝ่าฝืนประกอบพาณิชยกิจต่อไป มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือทั้งปรับทั้งจำ

แนวทางการจดมูลนิธิ
ต้องมีบุคคล หรือคณะบุคคลตกลงยกทรัพย์สินของตนเองให้เป็นกองทุนมูลนิธิ โดยมีมูลค่าทรัพย์สินเป็นกองทุน ในการขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ถ้ามีทรัพย์สินอย่างอื่น จะต้องมีเงินสดไม่น้อยกว่า 250,000 บาท (สองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) และเมื่อรวมกับทรัพย์สินอย่างอื่นแล้ว ต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) แต่ถ้าหากมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการสังคมสงเคราะห์ส่งเสริมการศึกษา การกีฬา ศาสนา สาธารณภัย และเพื่อบำบัดรักษา ค้นคว้าป้องกันผู้ป่วยจากยาเสพติด เอดส์ หรือมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยหน่วยงานของรัฐก็ให้ได้รับการผ่อนผันให้มีทรัพย์สินเป็นกองทุนมูลค่าไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) ถ้ามีทรัพย์สินอย่างอื่นจะต้องมีเงินสดไม่น้อยกว่า 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) และเมื่อรวมกับทรัพย์สินอย่างอื่นแล้ว ต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน)

เพื่อเป็นการรองรับจำนวนคำขอจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยจะใช้เวลาการยื่นจดไม่เกิน ?

                14 พ.ค.-อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามั่นใจยอดจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ทะลุ 70,000 รายตามเป้าหมาย หลังวันที่ 2 มิถุนายนนี้ อนุมัติรับจดทะเบียนข้ามเขตทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ประกอบการ น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ขณะนี้พร้อมเปิดให้บริการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทได้ทั่วประเทศแล้ว เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายนนี้

จากเดิมต้องยื่นคำขอจดทะเบียน ณ จังหวัดที่ตั้งของสำนักงานแห่งใหญ่เท่านั้น แต่เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบธุรกิจ จึงกำหนดให้ธุรกิจตั้งใหม่สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนข้ามเขตจังหวัดได้ ไม่ว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นจะมีที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขต กรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดใด ก็สามารถยื่นคำขอได้ที่หน่วยให้บริการของกรมฯ ทั้งส่วนกลาง และสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าทุกจังหวัดทั่วประเทศ

โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ และเพื่อเป็นการรองรับจำนวนคำขอจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยจะใช้เวลาการยื่นจดไม่เกิน 60 นาที/รายเท่านั้น ทั้งนี้ ปี 2556 มีการขอจดทะเบียนนิติบุคคลทั้งสิ้นกว่า 220,000 ราย ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทใหม่ถึง 67,000 ราย หรือประมาณ 1 ใน 3 ของจำนวนคำขอทั้งหมดแต่ละปี อย่างไรก็ตาม กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเชื่อว่าแม้สถานการณ์ทางการเมืองยังไม่มีความชัดเจน ยอดการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่จะไม่ต่ำกว่า 70,000 ราย ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จากปีที่ผ่านมามียอดจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 67,000 ราย

แต่หากการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่เดินหน้าเร็วอาจทำให้ยอดการจัดตั้งเพิ่มกว่า ที่คาดการณ์ไว้ได้ เพราะขณะนี้กรมฯ มีการปรับเปลี่ยนวิธีการยื่นจดทะเบียนสะดวกและรวดเร็ว แม้ว่ายอดการจดทะเบียนในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจะไม่เติบโตมาก ซึ่งเหตุผลหลักเป็นเรื่องการเมือง ทำให้ผู้ประกอบการชะลอการจดทะเบียนและเป็นช่วงวันหยุดยาว แต่ในช่วงที่เหลือ มองว่าเศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่ง จึงทำให้ภาคเอกชนมีความมั่นในการดำเนินธุรกิจทำให้ยอดการจดทะเบียนจะได้ตาม ที่คาดการณ์ไว้.-สำนักข่าวไทย

บทกำหนดโทษ
1 ประกอบพาณิชยกิจโดยไม่จดทะเบียน แสดงรายการเท็จ ไม่ยอมให้ถ้อยคำ ไม่ยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้า ไปตรวจสอบในสำนักงาน มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท กรณีไม่จดทะเบียนอันเป็นความผิด ต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 100 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ
2 ถ้าใบทะเบียนพาณิชย์สูญหายไม่ยื่นคำร้องขอใบรับแทน หรือไม่แสดงใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ที่สำนักงาน ที่เห็นได้ง่าย ไม่จัดทำป้ายชื่อ มีความผิดปรับไม่เกิน 200 บาท และถ้าเป็นความผิดต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 20 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
3 ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งกระทำการฉ้อโกงประชาชน ปนสินค้าโดยเจตนาทุจริต ปลอมสินค้า หรือกระทำการทุจริตอื่นใดอย่างร้ายแรงในการประกอบกิจการจะถูกถอนใบทะเบียนพาณิชย์ เมื่อถูกสั่งถอนใบทะเบียน พาณิชย์แล้วจะประกอบกิจการต่อไปไม่ได้ เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะสั่งให้รับจดทะเบียนพาณิชย์ใหม่
4 ผู้ประกอบพาณิชยกิจที่ถูกสั่งถอนใบทะเบียนพาณิชย์แล้ว ยังฝ่าฝืนประกอบพาณิชยกิจต่อไป มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือทั้งปรับทั้งจำ


ตอบ: แนวทางการจดมูลนิธิ
ต้องมีบุคคล หรือคณะบุคคลตกลงยกทรัพย์สินของตนเองให้เป็นกองทุนมูลนิธิ โดยมีมูลค่าทรัพย์สินเป็นกองทุน ในการขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ถ้ามีทรัพย์สินอย่างอื่น จะต้องมีเงินสดไม่น้อยกว่า 250,000 บาท (สองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) และเมื่อรวมกับทรัพย์สินอย่างอื่นแล้ว ต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) แต่ถ้าหากมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการสังคมสงเคราะห์ส่งเสริมการศึกษา การกีฬา ศาสนา สาธารณภัย และเพื่อบำบัดรักษา ค้นคว้าป้องกันผู้ป่วยจากยาเสพติด เอดส์ หรือมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยหน่วยงานของรัฐก็ให้ได้รับการผ่อนผันให้มีทรัพย์สินเป็นกองทุนมูลค่าไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) ถ้ามีทรัพย์สินอย่างอื่นจะต้องมีเงินสดไม่น้อยกว่า 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) และเมื่อรวมกับทรัพย์สินอย่างอื่นแล้ว ต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน)

แก้ไขครั้งสุดท้าย กรกฎาคม 19, 2022

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Scroll to Top