ธุรกิจขายกระเป๋า

รับทำบัญชี.COM | วัสดุกระเป๋าโรงงานส่งออกนำเข้ามีแบรนด์?

Click to rate this post!
[Total: 171 Average: 5]

กระเป๋า

บริษัท ปังปอน จำกัด ให้บริการ รับทำบัญชี ธุรกิจขายกระเป๋า โทร. 081-931-8341 (คุณจ๋า) ครอบคลุมทุกจังหวัด เมื่อคุณมีปัญหาเรื่องบัญชี ให้นึกถึงเรา เพราะเราเชี่ยวชาญและทำงานอย่างมืออาชีพ การันตีจากสรรพากร (ตัวแทนสรรพากร) และ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สำนักงานบัญชีคุณภาพ) ปัจจุบันเปิดมาแล้วมากกว่า 20 ปี

  • ที่อยู่ : 47/103 หมู่ 5 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
  • Email : 9622104@gmail.com
  • Line Official Account : @e200
  • ราคา : เอกสารไม่เกิน 30 ชุด เริ่มต้น 4,000 บาท/เดือน

กระเป๋า

ทุกวันนี้กระเป๋าถือว่าเป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เราในหลายๆด้านซึ่งมันได้ถูกออกแบบมาอย่างมากมายหลากหลายแบบเพื่อตอบสนองต่อความต้องการในด้านนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น เกรดพรีเมี่ยม, ช็อปปิ้ง, สะพาย, เดินทาง, เอกสาร, แฟชั่น, เป้ และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดล้วนตอบโจทย์ทั้งด้านแฟชั่นและการใช้งาน

กระเป๋า คือ

แต่เดิมกระเป๋าถูกสร้างขึ้นในครั้งแรกในลักษณะเป็นถุงเพื่อบรรจุสิ่งของเท่านั้นโดยไม่คำนึงถึงรูปลักษณ์ ความสวยงาม และฟังก์ชั่นการใช้งาน แต่ในการผลิตกระ เป๋าในยุคปัจจุบบัน ผู้ผลิตมีการให้ความสำคัญถึงรูปลักษณ์ ความสวยงาม และได้คิดค้นลักษณะการใช้งานกระเป๋ า ในแบบเฉพาะทาง เพื่อเป็นการสร้างมาตรฐานคุณภาพสินค้าให้สูงสุด มีการใช้งานได้ถูกตามฟังก์ชั่นที่กระเป๋ า มีอยู่ และสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด

กระเป๋า

วัตถุประสงค์ของกระเป๋า

กระเป๋าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อบรรจุสิ่งต่างๆ มีขนาด หลายขนาดตามความเหมาะสม หรือตามจุดประสงค์ว่ากร ะเป๋านั้นสร้างขึ้นมาเพื่อบรรจุอะไร แต่เหตุผลโดยส่วนใหญ่แล้ว การใช้กระเ ป๋าคือ การเอาสิ่งต่างๆ มาใส่รวมกันเอาไว้ เวลาที่เราจะต้องเดินทาง หรือต้องไปไหน แล้วไม่สามารถที่จะถือของนั้นด้วยมือเปล่า หรือถือหลายๆ ชิ้นพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น เงิน อุปกรณ์การเรียน เครื่องสำอาง เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เมื่อเราต้องการที่จะพกมันติดตัวไป แต่ไม่สามารถที่จะถือแยกชิ้น หรือถือด้วยมือเปล่าได้ เราก็จำเป็นต้องใช้กระเป๋ าเข้ามาเพื่อช่วยบรรจุสิ่งของตามที่เราต้องการ

8 วัสดุที่นิยม

  1. โพลีโพรพีลีน (Polypropylene) คือ พลาสติกชนิดหนึ่งที่หลอมละลายและรวมเข้าด้วยกันเพื่อทำเป็นแผ่นผืนผ้า ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับงานที่ต้องการคุณสมบัติกันน้ำ
  2. ผ้าฝ้าย (Cotton) เส้นใยนี้ไม่เพียงแต่เป็นทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังยั่งยืนอีกด้วย นั่นหมายความว่าการปลูกฝ้ายทำให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลยและสามารถปลูกใหม่ได้ตลอดเวลาโดยไม่หมด
  3. โพลีเอสเตอร์ (Polyester) เป็นใยสังเคราะห์ที่มักจะผสมเข้ากับฝ้าย ทำจากพลาสติกโพลีเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PET) โพลีเอสเตอร์จะให้ความรู้สึกลื่นและเนียนเมื่อสัมผัส
  4. ผ้าใบ (canvas) คำว่า ‘ผ้าใบ’ มาจากคำในภาษาละตินที่แปลว่า ‘ป่าน’ และถูกใช้มาหลายพันปีก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยผ้าฝ้าย แม้ว่าผ้าใบจะทำจากผ้าฝ้าย แต่ก็มีจำแนกว่าเป็นผ้าที่มีน้ำหนักกว่ามาก มีความทานสูง
  5. ไนลอน (Nylon) คือ พลาสติกที่ได้จากการกระบวนการพอลิเมอร์ไรเซชัน ของเอไมด์และกรดอินทรีย์ มีการเพิ่มสารแต่งเติมประเภทกราไฟต์และโมลิบเดนั่มไดซัลไฟต์ทำให้เพิ่มสมบัติให้ดียิ่งขึ้น ไนลอนถูกพัฒนา ขึ้นเพื่อใช้ทดแทนเส้นใยจากธรรมชาติ
  6. ปอกระเจา (Jute) คือ เส้นใยธรรมชาติที่ทำจากพืชทั้งหมดและเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในการทำผ้าใบและเชือก ปอกระเจาสามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้อย่างสมบูรณ์
  7. โพลียูรีเทน (Polyurethane) โพลียูรีเทนเป็นที่รู้จักกันดีในการทำหนังสแปนเด็กซ์และหนังเทียม โดยรวมแล้ววัสดุนี้สามารถทนต่อความร้อนและความชื้นเป็นเวลานานซึ่งหมายความว่ามีอายุการใช้งานยาวนาน
  8. หนังแท้ (Leather) คือ หนังวัวที่ผ่านกรรมวิธีในการผลิตต่าง ๆ เผื่อให้ได้ชิ้นหนังสำหรับการผลิตชิ้นงาน เช่นการฟอกหนังและการเคลือบสาร

ตัวอย่าง โรงงานผลิต กระเป๋า

  1. บริษัท ทรู-แบ็ก จำกัด
  2. หจก.ท็อป แฟชั่น อินเตอร์เทรดดิ้ง
  3. บริษัท วินเซ็นท์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด
  4. บริษัท เบ็ทเทอร์ กู๊ดส์ จำกัด
  5. บริษัท สหชัยอินเตอร์เทรด จำกัด
  6. บริษัท ที แอนด์ ทีแบ็ก จำกัด
  7. บริษัท แอบโซลูท คอร์ป จำกัด

4 ทริคที่โรงงานควรมี

1.) มาตราฐานโรงงาน

โรงงานที่ได้รับมาตรฐาน เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งที่จะสามารถทำให้คุณประสบความสำเร็จได้อย่างมาก คือ การที่โรงงานผลิตกระเป๋า ของคุณได้รับมาตราฐาน อย่างที่ควรจะเป็น ควรได้รับมาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานโรงงาน GMP. ISO ต่างๆ หรือ ผ่านการรับรองตามกฎหมายของประเภทโรงงานที่ควรจะมี

2.) สามารถแนะนำการสร้างแบรนด์ให้เราได้

การตลาดทุกวันนี้อาศัยที่ความต่างกันมากจริงๆ หลายโรงงานมีสูตรมาตรฐานให้เราเลือกเยอะแยะมากมาย ทำให้เราสามารถใช้เวลากับการโฟกัสเกี่ยวกับการตลาดได้มากขึ้น

3.) ให้คำปรึกษา หรือคำแนะนำที่ดี

เรื่องนี้สำคัญมากเลยครับ เวลาติดต่อโรงงานส่วนใหญ่จะเจอเซลล์ บางคนให้คำแนะนำดีมาก บางคนไม่ให้คำแนะนำเลย แต่บางคนให้คำแนะนำไปถึงเรื่องการวางแผนการตลาด แนะนำเรื่องการขาย การใส่ใจเป็นพฤติกรรมของผู้ให้คำปรึกษาที่แสดงออกด้วยภาษาพูดหรือภาษาท่าทาง ซึ่งบอกถึงความกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือผู้รับคำปรึกษา โดยการแสดงความสนใจ การเห็นความสำคัญ และการให้เกียรติ เพื่อช่วยให้ผู้รับคำปรึกษาเกิดความอบอุ่นใจและไม่รู้สึกห่างเหิน

4.) กำหนดระยะเวลาการผลิตชัดเจน

เรื่องนี้สำคัญไม่แพ้กัน ถ้าเราได้โรงงานที่สร้างความมั่นใจ และกำหนดระยะเวลาการผลิตไม่ได้ อาจทำให้เกิดปัญหา เพราะคุณอาจไม่สามารถวางแผนการตลาดอะไรได้เลย ควรเสร็จทันตามกำหนด เพราะ เรา ต้องมีการวางแผนการผลิตระยะยาว และระยะสั้น ในการทำการตลาด ประเมินความต้องการสินค้าในตลาดช่วงนั้น และที่สำคัญ ต้องมีการจัดสรรงบประมาณการผลิตอีกด้วย

4ทริคโรงงาน

โรงงาน คือ

ตาม พ.ร.บ. โรงงานฉบับแก้ไขใหม่ พ.ศ. 2562 โรงงาน หมายถึง อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงาน 50 คน ขึ้นไป สำหรับ ทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง ทดสอบ ปรับปรุง แปรสภาพ ลำเลียง เก็บรักษา หรือทำลายสิ่งใดๆ

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังจะตั้งโรงงาน สิ่งที่จะต้องรู้ก็คือการขออนุญาตตั้งโรงงานและขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามข้อกำหนดของกฎหมาย โดยในปัจจุบันตาม พ.ร.บ. โรงงานฉบับแก้ไขใหม่ พ.ศ. 2562 ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อทำให้การประกอบกิจการโรงงานได้รับความสะดวกและมีความคล่องตัวขึ้น โดยโรงงานขนาดเล็กจะประกอบกิจการง่ายขึ้น โรงงานขนาดใหญ่จะได้รับความสะดวกมาก

ประเภทของโรงงาน

การประกอบกิจการโรงงาน (มาตรา 7) กำหนดแบ่งโรงงานออกเป็น 3 ประเภท ขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการควบคุมการป้องกันเหตุเดือดร้อน รำคาญการป้องกันความเสียหาย และการป้องกันอันตรายตามระดับความรุนแรงของผลกระทบที่จะมี ต่อประชาชนหรือสิ่งแวดล้อม คือ

โรงงานจำพวกที่ 1 คือ โรงงานประเภท ชนิด และขนาด ที่สามารถประกอบกิจการโรงงานได้ทันที

  • เป็นโรงงานที่ใช้เครื่องจักรไม่เกิน 20 แรงม้า ไม่ก่อปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมหรือเหตุเดือดร้อนอันตราย เช่น ฟักไข่โดยใช้ตู้อบ ซ่อมรองเท้า ทำเครื่องหนัง ทำขนมจีน ไอศกรีม
  • ผู้ผลิตไม่ต้องขออนุญาต
  • ห้ามรับเหมาก่อสร้างโรงงานในบางพื้นที่
  • ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงฯ และประกาศกระทรวงฯ รวมทั้งออกแบบก่อสร้าง

โรงงานจำพวกที่ 2 คือ โรงงานประเภท ชนิด และขนาด ที่เมื่อจะประกอบกิจการโรงงาน ต้องแจ้งให้ผู้อนุญาตทราบก่อน

  • เป็นโรงงานที่ใช้เครื่องจักรเกิน 20 แรงม้า แต่ไม่เกิน 50 แรงม้า อาจก่อปัญหามลพาหรือเหตุเดือดร้อนรำคาญเล็กน้อยแก้ไขปรับปรุงได้ไม่ยาก เช่น การขุดลอก
  • กรวด ทราย ดิน การลำเลียงหิน กรวด/ทราย/ดิน ด้วยสายพานลำเลียงโรงงานผลิตน้ำดื่ม ไอศกรีม โรงผลิตน้ำแข็งใช้เครื่องจักร ไม่เกิน 50 แรงม้า
  • ผู้ผลิตไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนทำงาน
  • ห้ามรับเหมาก่อสร้างโรงงานในบางพื้นที่
  • ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงฯ และประกาศกระทรวงฯ รวมทั้งออกแบบก่อสร้าง
  • เสียค่าธรรมเนียมรายปี

โรงงานจำพวกที่ 3 คือ โรงงานประเภท ชนิด และขนาดที่การตั้งจะต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะ ดำเนินการ

  • เป็นโรงงานที่ไปใช้เครื่องจักรเกิน 50 แรงม้า อาจก่อให้เกิดปัญหามลพิษหรือเหตุเดือดร้อน รำคาญ หรือเหตุอันตรายต้องควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด เช่น โรงงานน้ำตาล
  • โรงงานผลิตกระดาษ โรงงานผลิตสุรา โรงกลั่นน้ำมัน เป็นต้น
  • ผู้ผลิตต้องขออนุญาตก่อนเมื่อได้รับใบอนุญาตแล้วจึงตั้งโรงงานได้
  • ก่อนดำเนินกิจการต้องแจ้งขอประกอบกิจการก่อน
  • ห้ามรับเหมาก่อสร้างโรงงานในบริเวณบางแห่ง
  • ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงฯ และประกาศกระทรวงฯ รวมทั้งออกแบบก่อสร้าง
  • เสียค่าธรรมเนียมรายปี และเสียค่าใบอนุญาตประกอบกิจการ

ประเภทโรงงาน

เครดิต : lifestyle.campus-star.com / borboletabag.com / diw.go.th

รับทำบัญชี ธุรกิจขายกระเป๋า

รับทำบัญชี ธุรกิจขายกระเป๋า