ภาษี 2 ทางตรง ทางอ้อม มี กี่ประเภท คือ เงินได้ อะไรบ้าง

ภาษี
[Total: 527 Average: 5]

ภาษี คือ

  • ภาษี คือ เงินหรือทรัพย์สินที่รัฐหรือสถาบันที่ปฏิบัติหน้าที่เทียบเท่ารัฐเรียกเก็บจากราษฎร ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เพื่อนำมาใช้ในการบริหารประเทศให้เจริญก้าวหน้าทั้งทางเศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข การคมนาคม การประชาสงเคราะห์ การป้องกันประเทศและรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ สร้างสาธารณูปโภค รวมไปถึงเงินเดือนของข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้ทำหน้าที่บริการประชาชน และใช้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ของสถานราชการต่าง ๆ เรียกได้ว่าการเรียกเก็บภาษีจากราษฎร เป็นเครื่องมือทางการคลังที่สำคัญในการบริหารประเทศ เพื่อให้รัฐสามารถดำเนินการตามหน้าที่ที่มีต่อประชาชน ในการดูแลความผาสุขของประชาชน และ รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
ภาษี คือ
ภาษี คือ

ทำไมต้องจัดเก็บภาษี

รัฐบาลนั้นมีหน้าที่ต้องอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนโดยให้บริการสาธารณะเช่นสร้างโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคต่างๆ เนื่องจากสินค้าเหล่านี้ไม่มีใครกล้าลงทุน ทำแล้วไม่คุ้ม รัฐจึงต้องเป็นผู้ลงมือทำในการทำโครงการเหล่านี้ และต้องใช้เงินจำนวนมาก  เช่น โรงพยาบาลรัฐ โรงเรียน การจราจร เงินเดือนข้าราชการ เป็นต้น

คำถาม คือ รัฐบาลจะไปเอาเงินมาจากที่ไหน ? คำตอบคือ จากการจัดเก็บจากประชาชน หรือที่เราเรียกกันว่า “ ภาษี ” นั้นเอง  ซึ่งภาษีก็เปรียบเสมือนค่าส่วนกลางที่ประชาชนทุกคนต้องช่วยกันจ่ายเพื่อรับบริการสาธารณะและบำรุงรักษาไว้

ภาษีทางตรงภาษีทางอ้อม
ภาษีทางตรงภาษีทางอ้อม

ภาษีมีกี่ประเภท

ภาษีแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.ภาษีทางตรง 2.ภาษีทางอ้อม

ภาษีทางตรง
ภาษีทางตรง หมายถึง ภาษีที่รัฐบาลเรียกเก็บโดยตรงจากผู้ที่มีรายได้ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องรับภาระไว้เองทั้งหมด เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ตัวอย่างภาษีทางตรง  เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีที่เรามีหน้าที่จะเสียของเราเองเมื่อเรามีรายได้เอง จะให้คนอื่นเสียแทนไม่ได้ ต้องจ่ายเองเท่านั้น ไม่สามารถพลักภาระได้ เมื่อมีรายได้ทั้งปี จะต้องนำมาเสียภาษี โดย นำรายได้ทั้งปี หัก ค่าใช้จ่าย หักค่าลดหย่อน เพื่อให้ได้กำไรสุทธิ และหัก ณ ที่จ่าย (ถ้ามี) แล้วนำไปคำนวนภาษี จากฐานภาษีรายได้ โดยใช้ อัตราก้าวหน้าในการคำนวนภาษี บุคคลธรรมดา เป็นต้น 

ภาษีทางตรงมีอะไรบ้าง 
  1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล
  3. ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน
  4. ภาษีบำรุงท้องที่
  5. ภาษีมรดก
  6. ภาษีทรัพย์สินต่าง ๆ

หมายเหตุ : โดยจะเรียกเก็บจากรายได้ หรือความมั่งคั่งของบุคคล หรือนิติบุคคลที่จัดเก็บ

ภาษีทางอ้อม
ภาษีทางอ้อม หมายถึง ภาษีที่รัฐบาลเรียกเก็บรวมไปกับการซื้อสินค้าหรือบริการผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีสามารถผลักภาระไปให้ผู้อื่นที่เกี่ยวข้องได้เช่นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีศุลกากร 

ตัวอย่างภาษีทางอ้อม เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นภาษีที่เกิดจากการดำเนินกิจการการซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภค โดยเจ้าของกิจการจะผลักภาระ ให้กับลูกค้า โดยการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้าและบริการนั่นเอง เช่นการซื้อสินค้า 100 บาทแล้วบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 บาท แล้วนำ 7 บาทที่บวกเพิ่มนำส่งกรมสรรพากร เป็นต้น

 

ภาษีทางอ้อมมีอะไรบ้าง
  1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม
  2. ภาษีสรรพามิต
  3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ
  4. ภาษีศุลกากร
  5. ภาษีทางการค้า
  6. ค่าธรรมเนียมอากรต่าง ๆ

หมายเหตุ : ที่จะเรียกเก็บจากรายจ่ายของบุคคล โดยมิได้พิจารณาฐานะความมั่งคั่งของบุคคล หรือนิติบุคคล นั้น

 

ภาษี ทางตรง และ ภาษี ทางอ้อม แตกต่าง กันอย่างไร
  1. ภาษีทางตรง เรียกเก็บจาก บุคคล มีหน้าที่ เสียเองเมื่อ บุคคลมีรายได้
  2. ภาษีทางอ้อม บวกเพิ่มหรือแฝงไปกับ สินค้าหรือบริการ

ฐานภาษี คือ

ฐานภาษี (TAX BASE) หมายถึง สิ่งที่เป็นเงื่อนไขหรือมูลเหตุขั้นต้นที่ทำให้เกิดบุคคลที่จะต้องเสียภาษี หรือ สิ่งที่จะใช้เป็นฐานในการประเมินภาษีอากร

ฐานภาษีมีอยู่ 4 ประเภท ได้แก่ 
  1. เงินได้ (Income)  เป็นฐานภาษีที่เรียกเก็บจากบุคคลที่รายได้ ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าจะต้องเสียภาษี เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้ของบุลคลธรรมดา
  2. ทรัพย์สิน (Property) เป็นฐานภาษีที่เรียกเก็บจากบุคคลที่มีทรัพย์สินอันอยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เสียภาษี ซึ่งได้แก่ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีรถยนต์ ภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์  ภาษีกองมรดก
  3. สินค้าและบริการ (Goods and Servies) เป็นฐานภาษีที่เรียกเก็บจากบุหรี่ สุรา การสั่งสินค้าเข้า การแสดงมหรสพ หรือที่เรียกว่า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ภาษีศุลกากร  อากรมหรสพ
  4. สิทธิพิเศษในการประกอบการ (Licences) เป็นฐานภาษีที่เรียกเก็บจากค่าธรรมเนียมในการอนุญาตให้ประกอบกิจการ  ไม่ว่าจะมีลักษณะผูกขาดหรือไม่

อัตราภาษี คือ

อัตราภาษีเป็นปัจจัยที่ใช้ในการคำนวณภาษี โดยกฎหมายจะกำหนดว่า หากได้เงินสุทธิเท่านี้ ให้คิดภาษีในอัตราเท่าไหร่
  1. อัตราก้าวหน้า: ยิ่งได้เงินมาก ก็ยิ่งจ่ายมาก
  2. อัตราคงที่: ทุกคนจ่ายอัตราเดียวกัน
  3. อัตราเหมาจ่าย: เหมาจ่ายไม่ต้องคิดเยอะ
  4. อัตราถดถอย: รายได้ยิ่งมาก ยิ่งจ่ายภาษีน้อยลง
อัตราภาษีมีกี่ประเภท อะไรบ้าง
  1. อัตราภาษีบุคคลธรรมดา
  2. อัตราภาษีนิติบุคคล
  3. อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
  4. อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
  5. อัตราภาษีรถยนต์
  6. อัตราภาษีนำเข้า-ส่งออก (อากร)
  7. อัตราภาษีน้ำมัน

อัตราภาษีคือ

 

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษี

ประมวลรัษฎากรเป็นกฎหมายให้อำนาจกรมสรรพากรจัดเก็บภาษี 5 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ภาษีอากรแต่ละประเภทมีลักษณะและวิธีการจัดเก็บที่แตกต่างกัน 

เพิ่มเติม

ที่มา ของ คำว่าภาษี โดยคาดคะเนกันว่า น่าจะมาจาก คำในภาษาแต้จิ๋วว่า บู้ซี อันหมายถึง สำนักเจ้าพนักงาน ทำการเก็บผลประโยชน์แผ่นดินซึ่งตั้งขึ้นจากระบบเจ้าภาษีนายอากรนี่เอง คำว่าภาษีนี้ จะใช้กับอากรที่เกิดขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อให้ฟังดู แตกต่างจากอากรเก่าที่เคยจัดเก็บมาแต่โบราณ ดังที่ปรากฎในหนังสือพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอธิบายว่า

“ เกิดอากรขึ้นใหม่ๆ ได้เงินใช้ในราชการแผ่นดิน ดีกว่ากำไรค้าสำเภา อากรเหล่านั้นให้เรียกว่า ภาษี เพราะเป็นของที่เกิดขึ้นใหม่เหมือนหนึ่งเป็นกำไร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์จะให้เห็นว่าเงินเก่าเท่าใด เกิดขึ้นในรัชกาลของท่านเท่าใด… การบังคับบัญชาอากรเก่าใหม่เหล่านี้ จึงได้แยกออกเป็นสองแผนก อากรเก่าอยู่ในพระคลังมหาสมบัติ อากรใหม่ซึ่งเรียกว่า ภาษี อยู่ในกรมพระคลังสินค้า คงเรียกชื่อว่าอากรอยู่ แต่หวยจีนก.ข. ซึ่งเป็นของเกิดใหม่แต่คล้ายกับอากรบ่อนเบี้ยของเดิม จึงคงเรียกว่าอากร แต่ก็คงยกมาไว้ในพวกภาษีเหมือนกัน ”

ที่มา https://www.rd.go.th/3458.html

สรุป 

ภาษียังเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญของรัฐบาลช่วงไหนเศรษฐกิจไม่ดีหากรัฐบาลลดการเก็บภาษีประชาชนจะมีเงินในมือเยอะขึ้นเหมือนมีรายได้มากขึ้นทำให้ฉันจ่ายให้มากขึ้นเพื่อสะกิดรัฐบาลสามารถใช้ภาษีสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจของคนลดภาษีให้กับธุรกิจที่ต้องการส่งเสริมทำให้คนอยากลงทุนมากขึ้นหรือเก็บภาษีในสิ่งที่ไม่อยากให้คนซื้อเช่นสินค้าฟุ่มเฟือยสินค้านำเข้าสินค้าที่ไม่ดีต่อสุขภาพเพราะเมื่อมีราคาแพงขึ้นคนก็อยากจะซื้อน้อยลงนอกจากนั้นภาษียังช่วยกระจายรายได้สร้างความเท่าเทียมรถจะเก็บเงินคู่ที่มีมากเพื่อนำเงินไปทำสวัสดิการให้บริการกับผู้ที่มีรายได้น้อยอีกด้วย 

 
  • TAX (ภาษี) คือ สิ่งที่รัฐบาลเรียกเก็บจากประชาชน เพื่อนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม โดยมิได้มีสิ่งตอบแทนโดยตรงแก่ผู้เสียภาษีอากร โดยแบ่งเป็นภาษีทางตรง (ภาษีที่ไม่สามารถผลักภาระให้ผู้อื่นได้) และภาษีทางอ้อม (ภาษีที่สามารถผลักภาระให้ผู้อื่นได้)
  • VAT กรมสรรพากรให้นิยามของ VAT (Value Added Tax) หรือภาษีมูลค่าเพิ่มว่าเป็นการเก็บภาษีจากการขายสินค้า หรือการให้บริการในแต่ละขั้นตอนการผลิต และจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ทั้งที่ผลิตภายในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ โดยจัดอยู่ในภาษีทางอ้อม

ลดหย่อนภาษี คืออะไร

ลดหย่อนภาษี คือ สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างหนึ่งที่ช่วยทำให้เสียภาษีน้อยลงเมื่อ คำนวณภาษี หรืออาจช่วยให้ได้เงินคืนภาษีเพิ่มขึ้น.

ภาษี อากร คือ อะไร ?

ภาษีอากร คือ เงินที่รัฐจัดเก็บจากบุคคล เพื่อนาไปใช้จ่ายในการบริหารประเทศเป็นรายได้ที่สาคัญ
ที่สุดของรัฐ ภาษีอากรที่รัฐจัดเก็บมีทั้งภาษีทางตรง และภาษีทางอ้อม แยกออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1. ภาษีเงินได้และภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นภาษีที่เก็บจากเงินได้บุคคลธรรมดา เงินได้นิติบุคคล ภาษี
การค้า และอากรแสตมป์
2. ภาษีสรรพสามิต เป็นภาษีที่เก็บจากสิ่งประดิษฐ์และผลิตขึ้นในประเทศ
3. ภาษีศุลากร เป็นภาษีที่เก็บจากสินค้าที่นาเข้าจากต่างประเทศ และส่งออกไปต่างประเทศ

ภาษีบุคคลธรรมดา คืออะไร ?

ภาษีบุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไป หรือจากหน่วยภาษีที่มีลักษณะพิเศษ ตามที่ กฎหมายกำหนดและมีรายได้เกิดขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยปกติจัดเก็บเป็นรายปี รายได้ที่เกิดขึ้นในปีใดๆ ผู้มีรายได้มี หน้าที่ต้องนำไปแสดงรายการตนเองตามแบบแสดงรายการภาษีที่กำหนดภายในเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป 

แก้ไขครั้งสุดท้าย พฤษภาคม 17, 2022

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Scroll to Top