สามารถลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทเอกชน ที่จะเสนออัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุน

รับทำบัญชี.COM | เงินลงทุนในตราสารหนี้มีอะไรบ้าง?

Click to rate this post!
[Total: 111 Average: 5]

สามารถลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทเอกชน ที่จะเสนออัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุน

เพื่อให้ท่านเห็นภาพชัดเจนขึ้น เราลองมาดูว่าการลงทุนในตราสารหนี้ ไม่ว่าจะเป็น พันธบัตร หรือ หุ้นกู้ มีประโยชน์เปรียบเทียบกับการฝากเงิน หรือ การลงทุนในหุ้นอย่างไรบ้าง
 

ผลตอบแทนสูงความเสี่ยงต่ำ

ผลตอบแทนสูงความเสี่ยงต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับการฝากเงินกับธนาคารแล้ว ตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนสูงกว่าในขณะที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ในขณะที่การฝากเงินออมทรัพย์ให้ผลตอบแทนไม่เกิน 0.75% ในปัจจุบันการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่ถือว่าปราศจากความเสี่ยงในเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ให้ผลตอบแทนมากกว่า 3% และหากท่านสามารถยอมรับความเสี่ยงสูงขึ้น ก็สามารถลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทเอกชน ที่จะเสนออัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่มีลักษณะและอายุใกล้เคียงกัน

เป็นแหล่งรายได้ประจำ

เป็นแหล่งรายได้ประจำ เนื่องจากตราสารหนี้จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวดๆแก่ผู้ลงทุน และจะจ่ายคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดอายุ จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการรายได้ที่แน่นอนสม่ำเสมอในแต่ละงวด ซึ่งจะต่างจากการลงทุนในหุ้นที่ผลตอบแทนจากเงินปันผลจะไม่แน่นอนขึ้นกับผลประกอบการของบริษัท

เงินลงทุนมั่นคงปลอดภัย

เงินลงทุนมั่นคงปลอดภัย พันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ของรัฐบาลถือเป็นการลงทุนที่ปลอดภัย เพราะไม่มีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ ส่วนการลงทุนในหุ้นกู้หรือตราสารหนี้อื่นๆ นักลงทุนควรพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือ หรือ Credit rating ของหุ้นกู้ที่ท่านลงทุน อันดับความน่าเชื่อถือที่สูงก็ถือว่ามีความปลอดภัยสูง

กระจายความเสี่ยง

กระจายความเสี่ยง การลงทุนในตราสารหนี้จัดเป็นเครื่องมือการลงทุนที่ตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ของนักลงทุนในเรื่องการกระจายความเสี่ยง เพื่อให้ท่านสามารถกระจายการลงทุนไปในตราสารที่หลากหลายได้

สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้

สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ ข้อดีของการลงทุนในตราสารหนี้ ก็คือสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนมือกันได้ในตลาดรอง โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันครบกำหนดอายุ อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องการซื้อขายอาจแตกต่างกันไปตามปริมาณและประเภทของตราสารหนี้ ในขณะที่การฝากเงินกับธนาคาร จะไม่ได้ประโยชน์ในข้อนี้

ตราสารทุน คือ

ตราสารทุน (Equity securities) เป็นอีกหนึ่งประเภทของตราสารทางการเงิน ที่เป็นเอกสิทธิ์ทางการเงินที่ให้ผู้ถือตราสารได้เป็นเจ้าของหุ้นหรือส่วนแบ่งของบริษัทหรือกิจการ ดังนั้นผู้ถือตราสารทุนจะมีสิทธิในการรับเงินปันผล (เช่น เงินปันผลหรือเงินปันผลรายปี) และสิทธิในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางธุรกิจของบริษัท เช่น สิทธิเสียภาษีน้อยกว่ารายได้สุทธิ และสิทธิในการแบ่งเศษทรัพย์ของบริษัทในกรณีที่บริษัทขายทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากกว่าหนี้สิน

ตัวอย่างของตราสารทุนได้แก่ หุ้นทางปันผล (Dividend stocks) ที่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผล, หุ้นรายได้ (Income stocks) ที่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยหรือรายได้ประจำ, หุ้นเติบโต (Growth stocks) ที่มีโอกาสเติบโตมากในอนาคต, หุ้นค่าใช้จ่าย (Value stocks) ที่มีมูลค่าต่ำกว่าราคาตลาด และอื่นๆ

ตราสารหนี้ เอกชน มีอะไรบ้าง

ตราสารหนี้เอกชน (Corporate bonds) เป็นตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชนเพื่อระดมทุนจากผู้ลงทุน ตราสารหนี้เอกชนมักถูกออกในรูปของพันธบัตรหรือพันธบัตรสมทบ (Debenture) และมีระยะเวลาการคืนเงินและอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้

ตัวอย่างของตราสารหนี้เอกชนได้แก่ พันธบัตรระยะสั้น (Short-term corporate bonds) ที่มีระยะเวลาคืนเงินภายใน 1 ปี, พันธบัตรระยะยาว (Long-term corporate bonds) ที่มีระยะเวลาคืนเงินมากกว่า 1 ปี, พันธบัตรสมทบ (Convertible bonds) ที่ผู้ถือสามารถแลกเปลี่ยนเป็นหุ้นของบริษัทได้ในอนาคต, และพันธบัตรที่ปรับอัตราดอกเบี้ย (Floating-rate bonds) ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงตามอัตราดอกเบี้ยที่ระบบการเงินกำหนด

ผลตอบแทนตราสารหนี้ มีอะไรบ้าง

ผลตอบแทนที่ได้รับจากตราสารหนี้จะมาจากดอกเบี้ยที่จ่ายให้ผู้ถือตราสาร โดยอัตราดอกเบี้ยจะระบุไว้ในเอกสารของตราสารหนี้ เมื่อผู้ถือตราสารลงทุนในตราสารหนี้ บริษัทหรือหน่วยงานที่ออกตราสารจะจ่ายดอกเบี้ยให้ตามอัตราที่กำหนดไว้ โดยปกติแล้ว ผู้ถือตราสารหนี้จะได้รับดอกเบี้ยเป็นรายปี

ตัวอย่างของผลตอบแทนที่ได้รับจากตราสารหนี้ได้แก่ ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed interest) ที่มีอัตราดอกเบี้ยที่คงที่ตลอดระยะเวลาการถือครอง, ดอกเบี้ยผันแปร (Variable interest) ที่อัตราดอกเบี้ยสามารถเปลี่ยนแปลงตามอัตราดอกเบี้ยในตลาด, และดอกเบี้ยชำระรายงวด (Coupon interest) ที่จ่ายดอกเบี้ยในรูปแบบงวดตามกำหนด

ตราสารหนี้ ซื้อที่ไหน

ตราสารหนี้สามารถซื้อขายได้ในตลาดทางการเงิน ซึ่งประกอบด้วยหลายแหล่งที่มาเช่น ตลาดหลักทรัพย์ประเทศ (Stock Exchange), ตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Foreign Stock Exchange), หน่วยงานการเงิน (Financial institutions) เช่น ธนาคาร หรือบริษัทหลักทรัพย์ (Securities companies) ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายตราสารหนี้ในตลาดที่ได้รับอนุญาต

ผู้ลงทุนสามารถซื้อตราสารหนี้โดยตรงจากผู้ออกตราสารหรือผ่านตัวแทนจำหน่ายตราสารหนี้ที่มีสิทธิ์ในการซื้อขาย โดยต้องทำการเปิดบัญชีกับหลักทรัพย์บริษัท หรือสาขาธนาคารที่มีบริการซื้อขายตราสารหนี้

ตราสารหนี้ คือ

ตราสารหนี้ (Debt securities) เป็นอีกหนึ่งประเภทของตราสารทางการเงินที่ใช้เป็นเครื่องมือในการจัดหาเงินทุน โดยผู้ออกตราสารหนี้จะกู้เงินจากผู้ลงทุน และให้คำประกันด้วยการชำระเงินกลับตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารของตราสาร

ตราสารหนี้สามารถเป็นใบสำคัญ (Note) หรือใบหนังสือค้ำประกัน (Bond) ซึ่งจะระบุเงื่อนไขของการกู้เงิน เช่น อัตราดอกเบี้ย, วันคืนเงิน, วิธีการชำระเงิน และค่าปรับ

ตราสาร คือ

ตราสาร (Securities) คือเอกสารหลักทรัพย์ที่แสดงถึงสิทธิหรือเจตจำนงทางการเงินที่ผู้ถือตราสารได้รับ ตราสารสามารถแบ่งออกเป็นตราสารทุน (Equity securities) และตราสารหนี้ (Debt securities)

ตราสารทุนเป็นตราสารที่ให้สิทธิในการเป็นเจ้าของหุ้นหรือส่วนแบ่งของบริษัทหรือกิจการ ในขณะที่ตราสารหนี้ให้สิทธิในการรับดอกเบี้ยหรือเงินคืนตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในเอกสารของตราสาร

เงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน

การลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุนมีความแตกต่างกัน ในกรณีของตราสารหนี้ ผู้ลงทุนจะเป็นเจ้าของหนี้สินของบริษัทหรือหน่วยงานที่ออกตราสาร และจะได้รับดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนจากการลงทุน

ในกรณีของตราสารทุน ผู้ลงทุนจะเป็นเจ้าของส่วนแบ่งในบริษัทหรือกิจการ และจะได้รับผลตอบแทนจากการเป็นเจ้าของหุ้น ซึ่งสามารถมาจากเงินปันผล, เพิ่มมูลค่าของหุ้น หรือการขายหุ้นในราคาที่สูงกว่าราคาซื้อเข้ามา

ผู้ลงทุนสามารถแบ่งปันการลงทุนของตนระหว่างตราสารหนี้และตราสารทุนเพื่อสร้างความคดเคี้ยวและกระจายความเสี่ยง และสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนในทรัพย์สินทั้งสองประเภทเพื่อให้เข้ากับวัตถุประสงค์การลงทุนและความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ตราสารหนี้ระยะสั้น

ตราสารหนี้ระยะสั้น (Short-term debt securities) คือตราสารหนี้ที่มีระยะเวลาคืนเงินภายในระยะเวลาสั้น ซึ่งมักมีระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ตัวอย่างของตราสารหนี้ระยะสั้นได้แก่ เช็คสั่งจ่าย (Promissory note) และเอกสารหลักทรัพย์ระยะสั้น (Short-term securities) เช่น เช็คแบงค์, ธนาณัติ, หนังสือค้ำประกันการกู้เงิน (Letter of credit)

ตราสารหนี้ระยะสั้นมักถือเป็นทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าตราสารหนี้ระยะยาว เนื่องจากมีระยะเวลาคืนเงินสั้น และมักจ่ายดอกเบี้ยในรูปแบบดอกเบี้ยคงที่ สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนในระยะเวลาสั้น ตราสารหนี้ระยะสั้นสามารถเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ