ตราสารทุนที่กิจการมีไว้เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งให้กับกิจการ

รับทำบัญชี.COM | กองทุนรวม เงินลงทุนและภาระภาษี เสียภาษีไหม?

Click to rate this post!
[Total: 231 Average: 5]

ตราสารทุนที่กิจการมีไว้เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งให้กับกิจการ

อย่างแรกเรามารู้จักก่อน เลยว่าการลงทุนนั้นคืออะไร เงินลงทุน คือ ตราสารทุนที่กิจการมีไว้เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งให้กับกิจการ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบ เช่น ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ และเงินปันผล หรืออยู่ในรูปของราคาที่เพิ่มขึ้นหรือในรูปของประโยชน์ที่กิจการได้รับ เช่น ประโยชน์ที่ได้รับจากความสัมพันธ์ทางการค้า เงินลงทุนในงบแสดงฐานะการเงิน จะถือเป็นสินทรัพย์ของกิจการ ซึ่งมีทั้งเงินลงทุนระยะสั้นและเงินลงทุนระยะยาวซึ่งเงินลงทุนมีหลายประเภทด้วยกัน ดังนี้

1. เงินลงทุนชั่วคราว คือ เงินลงทุนชั่วคราวตามที่ได้กำหนดในมาตรฐานการบัญชี เงินลงทุนดังกล่าวให้แสดงมูลค่าสุทธิหลังหักค่าเผื่อปรับมูลค่าเงินลงทุนหรือค่าเผื่อการลงทุนหรือค่าเผื่อการด้อยค่าสะสมของเงินลงทุน
2. เงินลงทุนในบริษัทร่วม คือ เงินลงทุนในกิจการอื่นที่กิจการมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญในกิจการนั้น
3. เงินลงทุนในบริษัทย่อย คือ เงินลงทุนในกิจการอื่นซึ่งกิจการมีวัตถุประสงค์ กิจการนั้น ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี
4. เงินลงทุนในการร่วมค้า คือ เงินลงทุนเพื่อการประกอบกิจกรรมเชิงเศรษฐกิจของบุคคลหรือกิจการตั้งแต่ 2 กิจการขึ้นไป โดยควบคุมกิจการร่วมกันตามที่ได้ตกลงกันไว้ในสัญญา
5. เงินลงทุนระยะยาวอื่น คือ เงินลงทุนระยะยาวในบุคคลอื่นหรือกิจการอื่น นอกจากที่กำหนดให้แสดงไว้ในรายการที่ 2 ถึง 4 เงินลงทุนดังกล่าวให้แสดงมูลค่าสุทธิหลังจากหักค่าเผื่อการปรับมูลค่าเผื่อการด้อยค่าสะสมของเงินลงทุน ประเภทของเงินลงทุน เมื่อกิจการได้มีการไปลงทุนในตราสารหนี้หรือตราสารทุน

จะแบ่งเงินลงทุนออกเป็น 2 ประเภทคือ
1. เงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่ในความต้องการของตลาด การนำเงินไปลงทุนในหลักททรัพย์ที่อยู่ในความต้องการของตลาดเป็นหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายในตลาด ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์ ตลาดใหม่ ตลาดตราสารหนี้ ที่มีการซื้อขายกันตลอดเวลาทำการอย่างมีอิสระ แบ่งเป็น
1.1 หลักรัพย์เพื่อค้า เป็นการลงทุนในตราสารทุนหรือตราสารหนี้ที่มีความต้องการของตลาด กิจการลงทุนโดยมีวัตถุประสงค์หลักที่จะขายในอนาคตอันใกล้ มุ่งหากำไรในระยะเวลาอันสั้นที่มีการเปลี่ยนแลงหลักทรัพย์นั้น
1.2 หลักทรัพย์เผื่อขาย เป็นการลงทุนในตราสารทุนหรือตราสารหนี้ที่มีความต้องการของตลาด แต่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อค้าหลักทรัพย์ เป็นการถือไว้ระยะยาว การวัดมูลค่าของเงินลงทุนนั้น เมื่อกิจการได้มีการนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ ของกิจการ กิจการวัดมูลค่าเริ่มแรกของเงินลงทุนด้วย “ราคาทุน” ที่ประกอบไปด้วยมูลค่ายุติธรรมที่กิจการได้จ่ายไปให้ได้ มาซึ่งเงินลงทุนและรวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการทำรายการของเงินลงทุน เช่น ค่านายหน้า ค่าธรรมเนียมในการจ่ายซื้อเงินลงทุน อันถือเป็นต้นทุนของสินทรัพย์หรือเป็นต้นทุนของเงินลงทุน วึ่งกิจการจะแสดงไว้ในงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ปิดบัญชี ตราบใดที่กิจการยังไม่ได้ขายออกไป มูลค่าต้นทุนจะแสดงในงบแสดงฐานะการเงินเช่นนี้ไปเรื่อย สิ่งที่ต้องระมัดระวัง ณ วันปิดบัญชีหรือสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี หากมีการตีราคาเงินลงทุนลดลง อันเนื่องมาจากมูลค่าราคาตามตลาดต่ำกว่าราคาทุนที่กิจการได้มา จะเกิด “ผลขาดทุจากการตีราคาเงินลงทุน” ซึ่งในทางบัญชีจะบันทึกบัญชีดังนี้ เดบิต ขาดทุนจากการตีราคาหลักทรัพย์ เครดิต ค่าเผื่อเงินลงทุนหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ ในทางบัญชีแล้ว “ขาดทุนจากการตีราคาหลักทรัพย์” จะถือเป็นค่าใช้จ่าย ณ วันสิ้นรอบบัญชีนำไปคำนวณกำไรสุทธิในงบกำไรขาดทุน แต่ในทางภาษีอากรจะถือเป็น “รายจ่ายต้องห้าม” ในการคำนวณกำไรสุทธิ เนื่องจากกิจการยังไม่ได้จำหน่ายเงินลงทุนออกไป กิจการต้องนำไปปรับปรุงกำไรสุทธิ วันปิดบัญชีหรือสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี กิจการต้องวัดมูลค่าของเงินลงทุนในหลักทรัพย์ความต้องการของตลาดด้วยราคา “มูลค่ายุติธรรม” คือ “ราคาซื้อปัจจุบัน” เว้นแต่กิจการไมาสามารคหาราคาซื้อปัจจุบันได้ กิจการอาจใช้ราคาซื้อขายครั้งล่าสุด ณ วันสิ้นรอบบัญชีก็ได้ กิจการต้องวัดมูลค่ายุติธรรมนำมูลค่าตามบัญชีเปรียบเทียบกับมูลค่ายุติธรรมของหลักทรัพย์เพื่อค้า ผลต่างที่เกิดขึ้นจะถือเป็นกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการปรับมูลค่า แต่หากเป็นหลักทรัพย์เผื่อขายผลต่างจะแสดงในส่วนของเจ้าของ ในกรณีหลักทรัพย์นั้นไม่ได้อยู่ในความต้องการของตลาดหรือเงินลงทุนในตราสารหนี้ทุกชนิดจะวัดมูลค่าด้วยราคาทุนหักด้วยค่าเผื่อการลดลงของมูลค่า โดยบันทึกดังนี้ เดบิต ผลขาดทุนจากการลดมูลค่าของเงินลงทุน เครดิต ค่าเผื่อการลดมูลค่าของเงินลงทุน ผลตอบแทนจากการลงทุน เมื่อกิจการได้นำเงินลงทุนในกิจการอื่นเพื่อหวังผลตอบแทน ซึ่งมักจะเป็นการลงทุนระยะยาว ผลที่จะได้รับก็จะเป็น “เงินปันผล” ซึ่งถือเป็นรายได้ ของกิจการที่กิจการได้รับจะได้รับยกเว้นไม่ถือเป็นรายได้เข้าเงื่อนไขมาตรา 65 ทวิ (10) กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งเป็นบริษัทจำกัด ได้รับเงินปนผลจากวบริษัทจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือสถาบันการเงิน ที่มีกฏหมายโดยเฉพาะในประเทศไทยที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้กู้ยืมเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม หรือได้รับเงินส่วนแบ่งของกำไรจากกองทุนรวม ผู้ได้รับเงินปันผลและเงินส่วนแบ่งกำไรได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินปันผลและเงินส่วนแบ่งกำไรดังกล่าวกึ่งหนึ่งมาร่วมคำนวณเป็นรายได้ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

ตราสารทุนที่กิจการมีไว้เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งให้กับกิจการ

Accounting in English (รับทำบัญชี ภาษาอังกฤษ)

We provide accounting services by preparing financial statements in English version. Our specialist team will collect your business's financial information in a strict, and simple manner.

We will issue useful financial statements, accurate, and efficient. You can make business decisions with confidence, and spend less time managing accounting work which is safe and reliable.

Whether you are a small or large business. Our services will be fully responsive to your needs and goals. We will support you in developing and growing your business.

Contact : 084-343-8968 ( Chaniyada )