รับทำบัญชี.COM | ขนส่งโลจิสติกส์ รูปแบบ มีอะไรบ้างเช็คพัสดุ?

Click to rate this post!
[Total: 230 Average: 5]

ขนส่ง โลจิสติกส์

การพัฒนาธุรกิจขนส่งในยุคดิจิทัล บทบาทของฟอเวิดเดอร์บริษัทขนส่งในโลกของโลจิสติกส์

ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ในปัจจุบันได้เข้าสู่ยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความสำคัญอันมากมาย ฟอเวิดเดอร์บริษัทขนส่งกลายเป็นเส้นทางสำคัญที่ช่วยกำกับการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ของการขนส่งสินค้าและบริการโลจิสติกส์

การนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจขนส่งเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยในการทำให้กระบวนการเกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการใช้รถหัวลากตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า ฟอเวิดเดอร์บริษัทขนส่งตระหนักถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีเพื่อให้บริการที่มีคุณภาพและปลอดภัยอย่างยิ่งใหญ่

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้ ฟอเวิดเดอร์บริษัทขนส่งมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และการเปลี่ยนแปลงที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาของโลจิสติกส์ ความสามารถในการปรับตัวและการนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ทำให้ฟอเวิดเดอร์บริษัทขนส่งเป็นตัวแทนที่สำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจขนส่งเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ

การทำธุรกิจขนส่งในโลกของโลจิสติกส์ ความสำคัญของธุรกิจขนาดเล็กในภูมิทัศน์ของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์

การทำธุรกิจขนส่งในยุคปัจจุบันเริ่มแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของธุรกิจขนาดเล็กที่เล็กที่สามารถมีบทบาทในโลกของโลจิสติกส์ โดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้ธุรกิจขนส่งขนาดเล็กสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพกับธุรกิจขนาดใหญ่

1 การใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ

ธุรกิจขนส่งขนาดเล็กสามารถใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการการขนส่ง การใช้ระบบการติดตามสินค้าและการวางแผนเส้นทางที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยี GPS ทำให้สามารถติดตามพื้นที่การขนส่งได้แม่นยำและรวดเร็ว

2 การให้บริการลูกค้าอย่างใกล้ชิด

การทำธุรกิจขนส่งขนาดเล็กมีความยืดหยุ่นในการให้บริการลูกค้า การให้บริการลูกค้าที่ใกล้ชิดและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าอย่างทันทีทำให้ธุรกิจสามารถสร้างความพึงพอใจและความไว้วางใจจากลูกค้าได้มากขึ้น

3 การใช้รถขนส่งขนาดเล็ก

การใช้รถขนส่งขนาดเล็กสามารถทำให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน รถขนส่งขนาดเล็กสามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึงของรถขนส่งขนาดใหญ่ได้ยาก ทำให้สามารถบริการลูกค้าที่ต้องการการขนส่งในพื้นที่ที่มีความซับซ้อน

4 การใช้บริการการขนส่งร่วม

ธุรกิจขนส่งขนาดเล็กสามารถใช้บริการการขนส่งร่วมหรือการแชร์รถ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ

5 การทำธุรกิจออนไลน์

การให้บริการการขนส่งผ่านช่องทางออนไลน์ทำให้ลูกค้าสามารถทำรายการสั่งซื้อและติดตามสถานะการขนส่งได้ง่ายขึ้น ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขวางได้

สรุป ธุรกิจขนส่งขนาดเล็กไม่เพียงแต่สามารถอยู่รอดในภูมิทัศน์ของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ในปัจจุบัน แต่ยังมีบทบาทที่สำคัญในการสร้างนวัตกรรมและการให้บริการที่มีคุณค่าสูงให้กับลูกค้า ด้วยความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง, ธุรกิจขนาดเล็กเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาของภูมิทัศน์ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ในยุคดิจิทัลนี้

ตารางรายรับรายจ่าย ตัวอย่างบัญชี ธุรกิจ ขนส่ง

การทำรายรับและรายจ่ายเป็นกระบวนการที่สำคัญในการจัดการเงินส่วนตัวหรือธุรกิจ การรับรู้ว่ารายได้มากจากไหน และรายจ่ายที่สำคัญมีอะไรบ้าง สามารถช่วยให้คุณมีการควบคุมเงินทองและวางแผนการเงินอย่างมีระบบได้ดีขึ้น

นี่คือตัวอย่างของบัญชีรายรับและรายจ่าย และระบบบัญชีของธุรกิจขนส่ง

รายรับ

  1. ค่าบริการขนส่งสินค้า รายรับหลักมาจากการให้บริการขนส่งสินค้า โดยจะคิดอัตราค่าบริการตามระยะทางหรือน้ำหนักของสินค้า
  2. ค่าบริการเสริม รายรับจากบริการเสริม เช่น บริการเก็บเงินปลายทาง, บริการตรวจสอบและบรรจุสินค้า, หรือบริการติดตามสถานะการขนส่ง
  3. ค่าบริการรถขนส่ง รายรับจากการให้บริการรถขนส่งสินค้าให้กับลูกค้า หรือจากการให้บริการส่งสินค้าในรูปแบบของธุรกิจขนส่ง

รายจ่าย

  1. ค่าใช้จ่ายในการรักษาความปลอดภัยของสินค้า ค่าใช้จ่ายในการรักษาความปลอดภัยของสินค้าระหว่างการขนส่ง
  2. ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถขนส่ง ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถขนส่งเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างประสิทธิภาพและปลอดภัย
  3. ค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงาน ค่าจ้างพนักงานที่ทำงานในการขนส่งสินค้า, การตรวจสอบสินค้า, หรือการบรรจุหีบห่อสินค้า
  4. ค่าใช้จ่ายในการเช่าโกดังหรือสต็อกสินค้า ค่าเช่าสถานที่ที่ใช้เก็บสินค้ารอการขนส่ง
  5. ค่าใช้จ่ายในการบริการลูกค้า ค่าใช้จ่ายในการให้บริการลูกค้า เช่น ค่าบริการลูกค้า, ค่าเสียหายขาดทุน, หรือค่าใช้จ่ายในการจัดหาสินค้า
  6. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจขนส่งสินค้า เช่น ค่าใช้จ่ายในการตลาดและโฆษณา, ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการธุรกิจ, หรือค่าใช้จ่ายในการบริการสินค้า

การใช้ระบบบัญชีที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณสามารถติดตามและบริหารการเงินของธุรกิจขนส่งของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรใช้ซอฟต์แวร์บัญชีหรือได้ความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญทางการบัญชีเพื่อรวบรวมข้อมูลและสร้างรายงานทางการเงินที่ต้องการสำหรับธุรกิจของคุณ

นี่คือตารางรายรับและรายจ่ายในธุรกิจขนส่งในรูปแบบ comparison table

รายการ รายรับ (บาท) รายจ่าย (บาท)
รายรับจากค่าบริการขนส่งในประเทศ 50,000 บาท/เดือน
รายรับจากค่าบริการขนส่งต่างประเทศ 40,000 บาท/เดือน
รายรับจากค่าบริการพิเศษ (เช่น ค่าบริการด่วน) 10,000 บาท/เดือน
รายรับจากค่าคอมมิชชั่นจากพันธมิตร 15,000 บาท/เดือน
รวมรายรับ 115,000 บาท/เดือน
ค่าจ้างพนักงานการขนส่ง 35,000 บาท/เดือน
ค่าดูแลและบำรุงรถ 10,000 บาท/เดือน
ค่าน้ำมันและส่วนอื่นของการขนส่ง 20,000 บาท/เดือน
ค่าบำรุงรักษารถรถขนส่ง 8,000 บาท/เดือน
ค่าสินค้าที่สูญหายในการขนส่ง 2,000 บาท/เดือน
รวมรายจ่าย 75,000 บาท/เดือน
กำไรสุทธิ 40,000 บาท/เดือน

ธุรกิจขนส่งในตารางนี้มีกำไรสุทธิประมาณ 40,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นผลมีกำไรและน่าสังเกตุตามกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ตั้งไว้ อย่างไรก็ตาม, การจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสำคัญเพื่อรักษากำไรสุทธิที่สูง

การบันทึกข้อมูล การจัดเก็บใบเสร็จ และเอกสารทางบัญชี ธุรกิจ ขนส่ง

สำหรับธุรกิจขนส่ง, การบันทึกข้อมูลและการจัดเก็บเอกสารทางบัญชีเป็นสิ่งสำคัญเพื่อติดตามรายละเอียดของการขนส่งและการบริหารการเงินให้มีประสิทธิภาพ นี่คือตัวอย่างของขั้นตอนที่อาจเกิดขึ้นในธุรกิจขนส่ง:

  1. บันทึกข้อมูลการขนส่ง:
    • บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการขนส่ง เช่น รายละเอียดของสินค้า, วันที่จัดส่ง, สถานที่รับสินค้าและสถานที่ส่งสินค้า, ปริมาณ, น้ำหนัก, และวิธีการขนส่ง.
  2. การเก็บใบเสร็จและเอกสารการเงิน:
    • เก็บใบเสร็จและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่ง เช่น ใบแจ้งหนี้, ใบรับรองการส่งสินค้า, ใบเสร็จรับเงินจากลูกค้า, และเอกสารขนส่ง.
    • ระบุการชำระเงินที่ได้รับจากลูกค้าและรายละเอียดของค่าบริการขนส่ง.
  3. การบันทึกรายได้และรายจ่าย:
    • บันทึกรายได้จากการขนส่ง รวมถึงการชำระเงินจากลูกค้าและรายละเอียดของรายได้.
    • บันทึกรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจขนส่ง เช่น ค่าน้ำมันรถยนต์, ค่าบริการขนส่ง, ค่าภาษี, ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ดินและสิ่งอำนวยความสะดวกในการขนส่ง.
  4. การจัดทำรายงานการเงิน:
    • จัดทำรายงานการเงินเพื่อสรุปรายได้และรายจ่ายของการขนส่งสินค้า.
    • วิเคราะห์ผลการขนส่งเพื่อปรับปรุงแผนการเงินและการดำเนินธุรกิจ.
  5. การตรวจสอบความถูกต้อง:
    • ตรวจสอบความถูกต้องของใบเสร็จและเอกสารทางการเงินก่อนบันทึกข้อมูลและการจัดเก็บ.
    • ตรวจสอบว่าค่าขนส่งและการชำระเงินตรงตามราคาและข้อมูลทางบัญชี.
  6. การออกใบเสร็จและใบส่งของ:
    • ออกใบเสร็จให้แก่ลูกค้าทุกครั้งที่มีการขนส่งสินค้า:
      • ระบุรายละเอียดการขนส่ง (สินค้า, จำนวน, ราคาต่อหน่วย)
      • รวมยอดเงินที่ต้องชำระหรือรับ
    • ออกใบส่งของ:
      • ระบุรายละเอียดของสินค้าที่ขนส่ง
      • แสดงวันที่ส่งของ
  7. การจัดการทางบัญชี:
    • บันทึกข้อมูลการรับเงินจากลูกค้า:
      • วันที่รับเงิน
      • จำนวนเงินที่รับ
    • บันทึกข้อมูลรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง:
      • ค่าน้ำมัน
      • ค่าบริการขนส่ง
      • ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
    • ตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีและการบัญชี:
      • ตรวจสอบรายการบัญชีทุกเดือน
      • ปรับปรุงบัญชีเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด
    • จัดทำงบการเงินประจำปี:
      • รวบรวมรายละเอียดการรับเงินและรายจ่าย
      • กำหนดกำไรหรือขาดทุน

การบันทึกข้อมูลและการจัดเก็บเอกสารทางบัญชีช่วยให้ธุรกิจขนส่งสินค้าสามารถติดตามการจัดส่งและการเงินที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยในการปรับปรุงกระบวนการขนส่งเพื่อให้ได้กำไรและความพึงพอใจของลูกค้าและเพิ่มความมั่นใจในการบริหารธุรกิจ.

คําศัพท์พื้นฐาน ธุรกิจ ขนส่ง ที่ควรรู้

  1. Freight (สินค้า) หมายถึง สิ่งของหรือสินค้าที่ขนส่งจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่ง
  2. Logistics (โลจิสติกส์) หมายถึง กระบวนการวางแผน ดำเนินงาน และควบคุมการไหลของสินค้า เช่น การจัดส่ง การบริหารจัดการคลังสินค้า
  3. Transport (ขนส่ง) หมายถึง การเคลื่อนย้ายสินค้าหรือบุคคลจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่งโดยใช้สื่อต่าง ๆ เช่น ถนน รถไฟ อากาศยาน หรือเรือ
  4. Warehouse (คลังสินค้า) หมายถึง อาคารหรือสถานที่ที่ใช้ในการจัดเก็บสินค้าก่อนที่จะถูกขนส่งหรือกระจาย
  5. Shipment (การส่งสินค้า) หมายถึง การส่งสินค้าจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่งในรูปแบบการส่งเดียว
  6. Carrier (ผู้ขนส่ง) หมายถึง บริษัทหรือบุคคลที่ให้บริการขนส่งสินค้าหรือบุคคล
  7. Tracking (ติดตาม) หมายถึง กระบวนการตรวจสอบและติดตามความคืบหน้าของการส่งสินค้าหรือการจัดส่ง
  8. Delivery (การจัดส่ง) หมายถึง กระบวนการขนส่งสินค้าหรือแพคเกจไปยังจุดหมายปลายทาง

อาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจขนส่ง

อาชีพที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขนส่งมีหลายอาชีพที่คุณสามารถพิจารณาได้ ตัวอย่างเช่น

ตำแหน่ง หน้าที่และความรับผิดชอบ
คนขับรถบรรทุก/รถเดินทาง – ขับรถบรรทุกหรือรถเดินทางเพื่อขนส่งสินค้าหรือผู้โดยสารไปยังปลายทาง
พนักงานโลจิสติกส์ – วางแผนและจัดการกระบวนการโลจิสติกส์เพื่อให้การขนส่งเป็นไปตามเป้าหมายและตรงตามเวลา
พนักงานส่งมอบสินค้า – ส่งสินค้าถึงลูกค้าในสถานที่หรือที่อยู่ปลายทาง
เจ้าหน้าที่ติดตามสถานะการจัดส่ง – ติดตามและรายงานสถานะของการจัดส่งให้กับลูกค้า
พนักงานสแกนและจัดเก็บสินค้า – สแกนและจัดเก็บสินค้าในคลังสินค้า
พนักงานบริการลูกค้า – ให้คำปรึกษาและบริการลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง
เจ้าหน้าที่ศุลกากร – ตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับหน้าที่ศุลกากรเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกสินค้า
ผู้จัดการโลจิสติกส์ – วางแผนและบริหารจัดการกระบวนการโลจิสติกส์ทั้งหมดของธุรกิจขนส่ง
ผู้จัดการคลังสินค้า – วางแผนและจัดการคลังสินค้าของบริษัทขนส่ง
ผู้บริหารธุรกิจขนส่ง – บริหารและวางแผนกลยุทธ์ของธุรกิจขนส่ง

เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยของอาชีพที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขนส่ง ธุรกิจขนส่งยังมีหลายอาชีพอื่น ๆ ที่คุณอาจสนใจเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับสาขาและบทบาทที่คุณต้องการเข้าร่วมในอุตสาหกรรมนี้

ธุรกิจ ขนส่ง ต้อง จดทะเบียนบริษัท หรือไม่

ในการดำเนินธุรกิจขนส่งและขนส่งสินค้าในประเทศไทย คุณจำเป็นต้องจดทะเบียนและได้รับการอนุญาตตามกฎหมายและระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อไปนี้คือทะเบียนหลักที่คุณควรพิจารณาจดทะเบียน

  1. ทะเบียนการค้า คุณต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือผู้ประกอบการในสถานประกอบการของคุณ โดยใช้ทะเบียนการค้าของหน่วยงานท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ทะเบียนนิติบุคคล หรือ ประกาศการจดทะเบียนกิจการ
  2. ทะเบียนเพื่อเป็นผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากธุรกิจของคุณมีมูลค่าการขายที่เกินกว่าขีดจำกัดที่กำหนด คุณจะต้องลงทะเบียนเป็นผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร
  3. ทะเบียนภาษีเงินได้ หากคุณเป็นนิติบุคคล คุณอาจต้องจดทะเบียนภาษีเงินได้เพื่อประกอบธุรกิจขนส่ง
  4. ทะเบียนประกันสังคม คุณต้องจดทะเบียนเพื่อให้เป็นสมาชิกประกันสังคมเพื่อให้ครอบคลุมการเบิกจ่ายสวัสดิการแก่พนักงานของคุณ
  5. ใบอนุญาตการขนส่งสินค้า คุณต้องขอใบอนุญาตการขนส่งสินค้าจากกรมการขนส่งทางบกหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การอนุญาตนี้อาจแตกต่างกันไปตามประเภทของการขนส่ง เช่น การขนส่งทางบก การขนส่งทางน้ำ หรือการขนส่งทางอากาศ
  6. ใบอนุญาตอื่น ๆ อาจมีความจำเป็นต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติมตามกฎหมายและระเบียบของอุตสาหกรรมที่คุณดำเนินธุรกิจ เช่น ใบอนุญาตสำหรับการขนส่งสินค้าที่มีข้อจำกัด เช่น สินค้าที่ต้องการใบอนุญาตเฉพาะ เช่น ยาเสพติด

โดยสิ่งที่คุณต้องทำเพื่อจดทะเบียนขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจขนส่ง และองค์กรหรือหน่วยงานที่คุณไปขอให้คำปรึกษาจะสามารถแนะนำและแจ้งให้คุณทราบเกี่ยวกับความต้องการที่เกี่ยวข้องในการจดทะเบียนธุรกิจขนส่งของคุณได้แบบเป็นทางการ

บริษัท ขนส่ง เสียภาษีอย่างไร

ในธุรกิจขนส่งและขนส่งสินค้าทั่วไป มีการเสียภาษีหลายประเภทที่คุณควรพิจารณา ต่อไปนี้คือภาษีที่สำคัญที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจขนส่ง

  1. ภาษีเงินได้ ธุรกิจขนส่งต้องเสียภาษีเงินได้ตามกฎหมายภาษีเงินได้ของประเทศที่คุณดำเนินธุรกิจอยู่ ภาษีเงินได้เก็บจากกำไรที่ได้รับจากกิจการขนส่งหรือกิจการเกี่ยวข้อง
  2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ธุรกิจขนส่งที่มีมูลค่าการขายเกินกว่าขีดจำกัดที่กำหนด ต้องลงทะเบียนเป็นผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง
  3. ภาษีอากรขนส่ง ภาษีอากรขนส่งเกิดจากการขนส่งสินค้าผ่านชายแดนหรือเข้า-ออกประเทศ ธุรกิจขนส่งที่มีการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าต้องเสียภาษีอากรขนส่งตามกฎหมายของประเทศที่เกี่ยวข้อง
  4. อื่น ๆ อาจมีภาษีหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจขนส่ง ตัวอย่างเช่น อาจมีการเสียค่าใช้จ่ายสำหรับใบอนุญาตหรือใบอนุญาตขนส่งที่เกี่ยวข้อง
  5. ภาษีเงินได้ที่หักหรือหัก ณ ที่จ่าย หากคุณให้ค่าบริการแก่บุคคลหรือองค์กรอื่นในธุรกิจขนส่ง คุณอาจต้องหักภาษีเงินได้จากเงินที่จ่ายให้กับผู้รับบริการ แล้วส่งเงินที่หักให้แก่หน่วยงานภาษี

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) ส่วนใหญ่จะถูกนำมาใช้ในกรณีการจ่ายค่าบริการหรือค่าจ้างให้กับบุคคลหรือนิติบุคคล โดยทั่วไปแล้วไม่จะมีการหักภาษีจากรายได้ที่ได้จากการขายสินค้า เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ถูกเรียกเก็บจากร้านค้าหรือผู้ให้บริการในกรณีนี้

การหักภาษี ณ ที่จ่ายในการจ่ายค่าบริการขนส่งสินค้าหรือบริการขนส่งอาจเกิดขึ้นในรูปแบบต่อไปนี้

  1. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายในการจ่ายค่าบริการขนส่งสินค้า ถ้าธุรกิจของคุณให้บริการขนส่งสินค้าแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ๆ การหักภาษีจากรายได้ที่จ่ายให้กับผู้ให้บริการโดยตรงอาจเกิดขึ้น โดยจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราที่กำหนดในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  2. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายในการจ่ายค่าบริการโลจิสติกส์ หากคุณใช้บริการโลจิสติกส์และมีการจ่ายค่าบริการต่าง ๆ เช่น ค่าบริการขนส่ง, ค่าบริการจัดการคลังสินค้า, ค่าบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ การหักภาษีจากรายได้ที่จ่ายให้กับผู้ให้บริการโดยตรงอาจเกิดขึ้น

การหักภาษี ณ ที่จ่ายมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มั่นใจว่าภาษีถูกต้องและถูกนำส่งให้กับหน่วยงานภาษีตามกฎหมายที่กำหนด ควรรับคำปรึกษาจากทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อทราบข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนตามกฎหมายในประเทศไทย

Accounting in English (รับทำบัญชี ภาษาอังกฤษ)

We provide accounting services by preparing financial statements in English version. Our specialist team will collect your business's financial information in a strict, and simple manner.

We will issue useful financial statements, accurate, and efficient. You can make business decisions with confidence, and spend less time managing accounting work which is safe and reliable.

Whether you are a small or large business. Our services will be fully responsive to your needs and goals. We will support you in developing and growing your business.

Contact : 084-343-8968 ( Chaniyada )